ตอนที่26 แบรนด์ที่ดีจะต้อง มีไวรอลมาร์เก็ตติ้ง (Viral Marketing) ผู้ทรงพลัง

ตอนที่26

ตอนที่26

ตัวอย่างสุดฮอตฮิตในช่วงที่เพิ่งผ่านมา

เป็นกรณีศึกษาของแบรนด์ไทยที่เป็นผู้ผลิตยกทรงภายใต้แบรนด์ Wacoal

เรื่องราวมีอยู่ว่า Wacoal จะเปิดตัวและสร้างการรับรู้ของผลิตภัณฑ์ใหม่รุ่น Wacoal Mood Boost – up ด้วยการสร้างความฮือฮาในวงการ เพื่อคงความเป็นผู้นำตลอดการของแบรนด์ Wacoal

ครั้นจะสร้างแบรนด์ด้วยวิธีธรรมดาอย่างการสร้างโฆษณาขึ้นมา 1 เรื่อง แล้วนำไปออกอากาศทางช่องฟรีทีวีทั่วไป Wacoal กลับใช้กลยุทธ์แนวคิดของ Viral Clip Viedo ความยาว 90 วินาที

ภายในวันแรกๆ ของการเปิดตัว มีผู้คนคลิ๊กเข้าไปคลิกชมใน youtube หรือมีการแชร์ผ่านสังคมออนไลน์กว่าล้านวิว

เรื่องราวที่ธรรมดากลับไม่ธรรมดาอีก่อไป และอาจจะต้องใช้เงินมากมายในการซื้อสื่อในช่องทางปกติทั่วไปด้วยความยาวของ Viral Clip Video 90 วินาที

ความสำเร็จเกิดจากไอเดียที่แตกต่าง และก็ไม่จำเป็นที่ต้องใช้เงินมากมายในการสร้างแบรนด์อย่างที่ได้กลล่าวมาในข้างต้น

คุณผู้อ่านสามารถชม Viral Clip Video นี้ได้ที่ Youtube.com

Is a case study of a Thai brand that is a bra manufacturer under the Wacoal brand.

The story is that Wacoal Will launch and create awareness of the new product Wacoal Mood Boost-up by creating a buzz in the industry To maintain leadership throughout the Wacoal brand

When creating a brand in a simple way, like creating one ad and then airing on the free TV channel, Wacoal Using the 90-second Viral Clip Viedo concept

Within the first day of the launch There are people clicking on to watch on youtube or sharing over a million views online.

The ordinary story is not unusual. And may have to spend a lot of money to buy media in the normal channels with the length of Viral Clip Video 90 seconds

Success comes from different ideas. And there is no need to spend a lot of money to build the brand as mentioned above

Readers can watch Viral Clip Video at Youtube.com

ตอนที่26

ขอบคุณรูปภาพ : google.com

แนะนำติชม : bamboo-network.com

ตอนที่25 แบรนด์ที่ดีจะต้อง มีคาถาของความสำเร็จ

ตอนที่25

ตอนที่25

คาถาแห่งความสำเร็จ

ไม่มีทฤษฎีอะไรซับซ้อน

ไม่ต้องจบอะไรมาเป็นพิเศษ

ความสำเร็จของทุกธุรกิจเกิดจากลูกค้า

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ก็เพราะเขาเป็นคนจ่ายเงินเดือนให้เราทุกคน ดูแลไปจนถึงสมาชิกครอบครัวทุกคนของเราด้วย เนื่องจาก เงินที่ได้รับมาจากลูกค้า ทำให้แม่ผมมีความสุข ภรรยาผมมีความสุข ลูกสาวก็มีความสุข เพราะเงินนี้ได้กระจายออกไปทั่วถึงทุกคน

คาถาแห่งความสำเร็จคือ

การตั้งคำถามกลับไปยังลูกค้า

คุณครับ ถ้ามีอะไรจะทำให้คุณ

กลับมาใช้บริการของผมได้อีกในครั้งหน้า

กรุณาบอกนะครับ

คุณครับ จะมีอะไรให้ผมปรับปรุง

เพื่อให้คุณกลับมาใช้บริการได้อีกในครั้งหน้า

ได้โปรดบอกผม

คุณกำลังจะเสียลูกค้าไปแค่คนเดียว กับ คุณกำลังจะเสีย ลูกค้าไปตั้ง 1 คน สองประโยคนี้ต่างกัน จะทำอย่างไรให้คุณเป็น ลูกค้าของเราได้ตลอดไป เป็นคำถามหนึ่งซึ่งเป็นการวิจัยที่ดีและ สุภาพที่สุด ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไร ซึ่งผมเรียกว่าคาถามากกว่า การวิจัย

คุณต้องปรับปรุงนิดหนึ่งนะ

ห้องน้ำมันมีกลิ่นนะครับ

เสียงมันดังนะ ตอนกลางคืนที่เรานอน

ห้องข้างๆ มีเสียงดัง ห้องอาหารดีมาก อร่อยมาก

แต่ไกลจากล็อบบี้ไปหน่อย

คนที่รักเราจริงๆ เขาจะบอกเรา คนที่ไม่รักเราเขาจะไม่พูด คุณจะต้องกล้ารับฟังการพูดความจริงจากลูกค้า เพื่อนำข้อแนะนำ นั้นไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงธุรกิจของคุณ โดยที่คุณไม่ต้องเสียเงิน ในการทำวิจัยเลยแม้แต่บาทเดียว

มีอะไรให้ผมรับใช้ในเที่ยวหน้า ให้ผมตอบแทนคุณ

นี่คือคาถาแห่งความสำเร็จที่ง่ายมาก บ่อยครั้งที่ผู้ประกอบการไม่ยอมทำ มักจะนอนตื่นสาย ปล่อยให้ลูกน้องไปอยู่หน้างาน แล้วลูกน้องก็ไม่ได้จริงจังอะไรกับงานมากลูกค้าที่มาก็เรื่องของคุณสิ เดี๋ยวเงินเดือนฉันก็ได้ ลูกน้องคนนี้คงลืมไปว่า เมื่อกิจการมีปัญหา ลูกน้องก็มีปัญหาตามไปด้วย

คนที่เป็นลูกค้าเรา เขารู้ในมุมที่เราไม่รู้ ลูกค้าคือห้องวิจัยเดินได้ เป็นห้องวิจัยที่มีสมอง ไม่ได้เป็นแบบห้องวิจัยที่มีแต่หลอดทดลอง และเครื่องคอมพิวเตอร์

You are going to lose customers, only one person, you’re going to lose 1 customer. These two sentences are different. What will you do? Our customers can be forever It is one question which is the best and most polite research that doesn’t cost anything. Which I call spells rather than research

You have to improve a bit.

The oil room has a smell.

The sound is loud. At night we sleep

The room next door is noisy, the restaurant is very good, very tasty.

But far from the lobby

People who really love us will tell us those who do not love me, they will not speak. You will have to dare to listen to the truth from customers. To bring suggestions To improve your business Without you losing money In doing research even one baht

There is something for me to serve on my next trip. Let me reward you

This is a very simple achievement. Often entrepreneurs don’t allow Often waking up late Let the subordinates go to the front of the job. And the subordinates are not serious about their work Can pay me This supporter would have forgotten that When the business has a problem The followers also have problems as well.

People who are our customers He knows in the corner that we don’t know. Customer is a research room. Is a research room with a brain Not a research room with only a test tube And computer

ตอนที่25

ขอบคุณรูปภาพ : google.com

แนะนำติชม : bamboo-network.com

ตอนที่24 แบรนด์ที่ดีจะต้อง ใช้ทฤษฎี 5 คูณ 8 แห่งความประทับใจ

ตอนที่24

ตอนที่24

ทฤษฎี 5 คูณ 8 แห่งความประทับใจ

คือการสร้างสิ่งที่เรียกว่า กาวใจ

เล็กๆ แต่ได้ผล

กาวใจจะเป็นตัวขับเคลื่อนความแตกต่าง เรามาตั้งต้น ๆ จุดที่เป็นเรื่องของความประทับใจในการตลาดเล็กๆ น้อยๆ ความแตกต่างมักจะมาจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เรื่องนิดเดียวแต่กลับ ว่าสุดยอด บริการน้ำดื่มฟรี โห! สุดยอดเลย หรือไปทานอาหาร ใต้แสงเทียน มือหนึ่งราคาเป็นหมื่น มีบริกรเดินมา คุณผู้หญิงครับ คอมพลีเมนทารี (Complementary) ครับ ยืนดอกกุหลาบสีแดง ให้ดอกหนึ่ง แหม ภรรยามีความสุขมาก ที่นี้ใส่ใจเราจริงๆ ปีหน้าต้องมาทานอีกนะ

ดอกกุหลาบดอกนั้นราคา 5 บาท แต่เอาเงินเราไปแล้ว 10,000 บาท

คำถามคือ แล้วความประทับใจคืออะไร ความประทับใจ คือความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นภายในจิตใจต่อสิ่งที่เราเจอ คือความรู้สึก ที่ฝังอยู่ในใจได้นาน คือสิ่งที่เราภาคภูมิใจในสิ่งนั้น ผมทำวิจัย ชิ้นหนึ่ง ให้คนตอบคำถามหัวข้อ “สิ่งดีๆ ที่เข้ามาในชีวิตแล้ว ไม่อาจลืมได้” จากคำตอบ ผมชอบปรัชญานี้มากที่สุด

“you will never have a chance to make

the first impression.” “คุณจะไม่มีโอกาสครั้งที่ 2 เด็ดขาดที่จะสร้างความประทับใจในครั้งแรก”

ผมจะพาเข้าเรื่องราวในตัวอย่างของ 5 คูณ 8 ซึ่งเป็น 5 คูณ 8 แห่งความประทับใจ นี่คือเหตุการณ์จริงของผมที่โรงแรมแห่งหนึ่งกลางสุขุมวิท

5 วินาที

ผมได้รับเชิญไปโรงแรมแห่งหนึ่ง วันนั้นไปถึงเช้ามาก ซึ่ง ปรกติผมมักจะไปก่อนชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง เพื่อเตรียมงานใน การทำเวิร์กชอป รถผมนั้นต้องผ่านเข้าซุ้มจ่ายบัตร ที่มีพนักงานนั่ง อยู่แต่เช้า พอประตูรถฝั่งคนขับเปิด เขามีรอยยิ้มทันทีใน 5 วินาทีแรก พนักงานยื่นบัตรพร้อมกับมีรอยยิ้มมาให้ จริงใจหรือไม่จริงใจ ไม่รู้ แต่อ่านได้เลยว่าอยากจะทักทายกับแขกอย่างผมมาก

สวัสดีค่ะ! เสียงดังเข้ามาในรถ ผมกับภรรยาได้ยินชัดเจน

ความรู้สึกที่ผมได้รับคือ เขาอยากได้เราเป็นลูกค้าใจจะขาด สวัสดีค่ะ! 5 วินาทีแรกเอง เจ้าหน้าที่คนนี้เขามีตำแหน่งแค่น้อยนิดมาก แน่นอน เงินเดือนก็คงน้อยไปนิดด้วย เขาไม่ได้เป็น แค่เจ้าหน้าที่จ่ายบัตรเท่านั้น แต่เขายังเป็นตัวแทนของธุรกิจระดับ พันล้าน แทนเถ้าแก่ที่อาจจะกำลังนอนหลับปุ๋ยในตอน 7 โมงเช้า ด้วย เจ้าหน้าที่คนนี้ทำหน้าที่แทนได้ดีมาก ในจิตวิญญาณของ แบรนด์ที่สำคัญ เป็นคนแรกที่ผมพบ และเขาเป็นตัวแทนของโรงแรม นี้ที่สร้างความประทับใจใน 5 วินาทีแรก ผมรู้สึกดีแน่นอน หัวใจ ก็บานขึ้นมา

 

มนุษย์ชอบได้ยินคำว่า สวัสดีครับ

มนุษย์เกลียดสีหน้าบูดบึง

มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่แปลกมาก

5 นาที

หลังจากรับบัตร ผมหาที่จอดรถ พอรถจอด ตรงที่ให้ผมลง มีเจ้าหน้าที่อีกคนเดินเข้ามา เป็นพนักงานเปิดประตู (Door Man) เขาถามว่า มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ ผมตอบ อ๋อ ไม่เป็นไร ครับ เดี๋ยวผมยกกระเป๋าเองได้ ไม่ครับ ผมช่วยยกให้ครับ เขาว่า ผมเลยตอบไปอีกว่า กระเป๋าผมมีล้อ ผมพยายามต่อปากต่อคำ จะเรียนรู้เขา เขาก็บอกอีกว่า ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ผม หัวใจผมเป็นไงครับ พองขึ้นมานิดหนึ่ง อีตานี ตาดำๆ หูดำๆ ตัวเล็กๆ ไม่ได้เอาผมไปเทียบกับฝรั่ง ถ้าฝรั่งมา คนไทยจะแห่เข้าไปรับ แต่ ไม่ต้อนรับคนไทย ผมก็ไม่เข้าใจ ฝรั่งมาแล้วก็ไป แต่ผมมาได้ทุกวัน

รถที่ผมนั่งไปยี่ห้อฮุนได ไม่แพงนะครับ เรียกว่าภาพลักษณ์ เมื่อเทียบกับรถตู้อัลพาร์ดแล้วคงจะสู้ไม่ได้ แต่เขาก็ยังดูแลผม เหมือนเดินลงมาจากรถโฟล์คหรืออัลพาร์ด ผมขอบใจเขา เขากลับ ตอบว่า ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ผม ซึ่งผมชอบมาก เพราะนี่คือ คาถาแห่งความรวย

ประโยคสั้นๆ นี้เป็นสิ่งที่เราอยากฟัง

ผมไปถึงที่นั่นใน 5 นาที ช่างเทคนิคมารอแล้ว เป็นครั้ง แรกในชีวิต เขาเช็กไมค์ ฮัลโหลเทสต์ๆ พอดี ไม่ทราบท่านอาจารย์ มีอะไรให้ผมรับใช้ ผมบอกเขาว่าไม่มีอะไรครับ เขาเลยพูดว่า ใจเย็น นะครับ เดี๋ยวผมขอเทสต์ต่อนะครับ

เรื่องราวของ 5 นาทีแรกยังไม่จบ มีอีกนิดหนึ่ง เจ้าหน้าที่ มาเสิร์ฟน้ำ ไม่ทราบอาจารย์จะรับกาแฟอะไรดี ไม่เป็นไรครับ ผม ไม่ดื่มกาแฟ เรามีโกโก้ร้อน โอวัลติน แบบนี้เราเรียกว่าต่อยอดการสนทนา ไม่ใช่ว่าพอไม่เอากาแฟแล้วก็หายไปเลย ก็เรื่องของแกสิ ไม่เอากาแฟก็จบแล้วนี่ ก็ฉันถามว่าคุณจะดื่มกาแฟไหม เมื่อคุณ ไม่ดื่ม ฉันก็จบ นี่ไม่

ที่สำคัญ ห้องสัมมนาอาจมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ มากิน เสร็จ พาชมห้องสัมมนาที่ปรับปรุงให้ใหญ่ขึ้น เสร็จเลย พนักงานมากขึ้น ต้องใช้ห้องใหญ่ขึ้น และขอบคุณนะครับ รับบัตรของขวัญ กลับไปทุกคนเลย พักฟรี 1 คืน 6 คน ได้คนละห้อง อยากได้ไหม เป็นหนี้บุญคุณเขา แต่ไม่ใช่สินบนนะ

สินบนกับหนี้บุญคุณไม่เหมือนกัน

สินบนกับสินน้ำใจก็ไม่เหมือนกัน

5 ปี

วิธีการไม่ต่างกับ 5 เดือน ลูกค้าทุกคนมีความสำคัญ อย่าทิ้งลูกค้า

5 รอบ

5 รอบ หรือ 60 ปี อย่าหัวเราะนะครับ ธุรกิจต้องมีการส่งต่อ จากรุ่นสู่รุ่น ฐานข้อมูลที่เก็บเอาไว้ ยังอยู่กับเรา 50-60 ปีผ่านไป ก็เก็บข้อมูลไว้ทั้งหมด จะมีพนักงานเข้ามา ผู้จัดการฝ่ายบุคคล ระยะ ขนาดนี้คงมี 4-5 คนแน่นอน เก็บฐานลูกค้าไว้ เขาจะได้ส่งต่อ ไม่หลุด ไม่หนีไปไหน จากโรงแรม 1 สาขา อาจจะมีเป็น 100 สาขา ทั่วโลก แผ่กระจายกันไป บอกต่อกันไป

บทสรุป

อย่าทิ้งระยะการปฏิสัมพันธ์ระหว่างเรากับลูกค้าให้เหินห่าง จนเกินไป นี่เป็นทฤษฎี ส่วนความจริงหาได้จากคำถามคือ คุณ เปลี่ยนหม้อหุงข้าวที่บ้านล่าสุดเมื่อไหร่ คุณเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ ล่าสุดเมื่อไหร่ คุณเปลี่ยนหลอดไฟในห้องนอนล่าสุดเมื่อไหร่ ที่จำ ไม่ได้ เพราะมันไกลตัวเรามาก และเราไม่ได้เปลี่ยนมันบ่อยๆ แบบ ทุกวันทุกสัปดาห์

การกระตุกต่อมความรู้สึก

ควรเป็นช่วงเวลาที่ไม่ห่างไม่นานจนเกินไป

อะไรที่เพิ่งเกิดขึ้น เราจำได้

อะไรที่เกิดขึ้นมานาน เราจำไม่ได้

เพราะสมองมีไว้คิด ไม่ได้มีไว้จํา

ข้อคิดของทฤษฎี 5 คูณ 8 แห่งความประทับใจ มาจาก ทุกๆ คนในองค์กร พนักงานรักษาความปลอดภัย จนถึงประธาน บริษัท มาจากทุกชั้น ทุกแผนก ทุกฝ่าย เพราะคนเดียวเอาไม่อยู่ร่วม ด้วยช่วยกัน คนละไม้คนละมือ รวมกันเรารอด แยกกันเราวอด

ตอนที่24

ขอบคุณรูปภาพ : google.com

แนะนำติชม : bamboo-network.com

ตอนที่23 แบรนด์ที่ดีจะต้อง อย่าให้ชื่อแบรนด์ของคุณกระจัดกระจาย

ตอนที่23

 

ต่างอย่างไรกันบทก่อนหน้านี้ว่าอย่าให้แบรนด์แคบจนเกินไป

มันคนละเรื่องกันครับ

ตอนที่23           

ถ้าให้เลือกระหว่างเพชร 7 เม็ด น้ำหนักเม็ดละ 1 กะรัต กับ 1 เม็ด น้ำหนัก 7 กะรัต แทบทุกคนคงตอบว่า 1 เม็ด น้ำหนัก 7 กะรัต เพราะว่าแพงกว่า สังเกตไหมว่า เราซื้อปลาตัวใหญ่ น้ำหนัก เท่าปลาตัวเล็ก 3 ตัว ปลาตัวใหญ่จะแพงกว่า ฉันใดก็ฉันนั้น เพชรเม็ดเดียว 7 กะรัต คือพลังที่ทำให้สาวๆ อยากได้ ถ้าเม็ดเล็กๆ มันกระจัดกระจาย ลูกองุ่นที่อยู่เป็นพวงเดียวกันขายแพงกว่า องุ่นที่หลุดจากพวง อยู่กระจัดกระจาย เป็นเศษ เขาจะขายถูกกว่า ทั้งที่น้ำหนักเท่ากันเพราะว่าคุณค่าแตกต่างกัน

ผมให้ดูตัวอย่างลูกค้ารายหนึ่ง ก่อนหน้านี้เขามี 4 บริษัท วีเอ็นเอส เอสวัน เอสซีพี และลาภสูง แต่ละบริษัททำธุรกิจที่แตกต่างกัน ชื่อบริษัททั้ง 4 กระจัดกระจายกันทั้งหมด เปรียบเหมือน เพชรที่กระจายกันอยู่ สุดท้ายแล้ว ผมรวบแบรนด์เขาเป็น เอสวัน กรุ๊ป และใช้เอสวันนำหน้า แต่ละบริษัทเปลี่ยนชื่อใหม่

การรวมบริษัทย่อยที่กระจัดกระจายเป็นหนึ่งเดียว ไปในทิศทางของแบรนด์เดียว สามารถสร้างภาพลักษณ์และภาพพจน์ ในสายตาของลูกค้าได้ชัดเจนมากขึ้น ต่างคนก็ต่างเกื้อหนุนซึ่งกันและกันในแง่ของการจดจำชื่อด้วย

หลักของการตั้งชื่อต้องไม่กระจาย

How did the previous chapter say that the brand was not too narrow?

It’s a different story.

If you choose between 7 diamonds, 1 carat weight and 1 7 carat weight, almost everyone would say that 1 tablet weighs 7 carats because it is more expensive. Do you know that we buy a large fish as much as 3 small fish, big fish? Will be more expensive So A single 7 carat diamond is the power that makes a girl want. If the grain is scattered The grapes that are in the same bunch sell more expensive. Grapes that fall out of the bunch Being scattered as debris, he will sell cheaper Both at the same weight because of different values

I gave a preview of one customer. Previously, he had 4 companies, VNS, One SCP and High Fortune. Each company did different business. All 4 company names are all scattered like diamonds that are distributed. Finally, I collect the brand. He is the S-One Group and uses the S-day ahead. Each company changed its new name

The consolidation of the subsidiaries that are dispersed into one. Go in the direction of a single brand Able to create image and image In the eyes of customers more clearly Different people support each other in terms of name recognition.

ตอนที่23

ขอบคุณรูปภาพ : google.com

แนะนำติชม : bamboo-network.com

ตอนที่22 แบรนด์ที่ดีจะต้อง อย่าได้หน้าแล้วลืมหลัง

ตอนที่22

 

ในการทำการตลาดนั้น เราไม่ควรเป็นศรีธนญชัย

ต่อหน้าอีกอย่าง แต่ลับหลังอีกอย่าง

การตลาด คือ การเลือกหากลุ่มเป้าหมาย รักษา สร้าง ใหญ่ขึ้น เพื่อส่งมอบและสื่อสารถึงคุณค่า

การหาลูกค้าใหม่ 1 ราย มีค่าใช้จ่ายมากถึง 5 เท่า เมื่อ เทียบกับการรักษาลูกค้าเก่า

Pareto Principle

20 : 80

 

การตลาดนั้นถ้าเราหาลูกค้าใหม่อย่างเดียว แต่ไม่รักษา ลูกค้าเก่าก็จบ เมื่อหามาได้ จะรักษาไว้อย่างไร อย่าได้หน้าและ ลืมหลัง เพราะการที่จะรักษาเขาไว้ เราก็ต้องค้นหาความต้องการ ของเขาให้เจอ แล้วตอบสนองความต้องการนั้นให้ได้ เช่น ๆ พาเรโต (Pareto)

เอา 20 คนไว้ก่อนไหม ได้เงิน 80 บาท ถ้าคุณเอา 80 คน คุณอาจจะได้เงินแค่ 20 บาทก็ได้ เราต้องการคน 20 คนที่มีคุณภาพจริงๆ ที่สามารถจับจ่ายกับเราได้ ตัวอย่าง วันหนึ่งผมต้อง

ไปเช็กที่ศูนย์ 7 โมงเช้า โดยปรกติ ผมเป็นคนตื่นเช้าอยู่แล้ว ไหวไหมครับ” เขาถาม “สบายครับ” ผมตอบ

TOYOTA

ตอนที่22

ผมเอารถเข้าไป 7 โมงเช้า คำถามคือ เวลานั้นผมมีโอกาส ได้กินอาหารเช้าไหม แน่นอนไม่มี แต่ระหว่างที่ผมรออยู่ “มื้อเช้า พิเศษสำหรับลูกค้าคนพิเศษ” มีบริการแซนด์วิชสดๆ น้ำดื่มไม่อั้น สุดยอดเลยครับ ไม่ใช่เน้นแต่ขายกับลูกค้าอย่างเดียว ไม่ใช่ชวนแต่ จะให้ซื้อรถใหม่ แต่ให้ความสำคัญกับการเอารถเข้าไปเช็กไปซ่อม จับได้อยู่หมัดเลย เพราะรายได้ตรงนี้เป็นกอบเป็นกำ ชีวิตคนเรา อาจจะซื้อรถได้แค่คันเดียว แต่ซ่อมบำรุงต้องมาทุกๆ 3-6 เดือนนี่คือหลักคิด

ซื้อรถ 1 คัน คือ 20 แต่รายได้ 80 มาจากค่าซ่อมค่าบำรุงตลอดอายุการใช้งาน

ทฤษฎีนี้สิ่งที่สำคัญมากๆ คือการทำ CRM (Custom Relationship Management) คือการบริหารจัดการความสัมพัน กับลูกค้า นี่เป็นจุดหนึ่งที่หลายคนได้หน้าแล้วไม่ลืมหลัง อย่าทิ้งผม สิ อย่าจับผมเป็นตัวประกันสิ ตอนแรกอยากได้อะไรก็เต็มที่ แต่พอได้เงินไปแล้ว ขอโทษทีครับ สีที่ต้องการไม่มี ถ้าจะเอาต้องรอ อีกนาน อย่าทำแบบนี้ โตโยต้ามักจะพูดเสมอว่า ถ้าเขากำหนด ภายในกี่วัน เวลาส่งมอบรถ เขาส่งก่อนแน่นอน แต่จะนัดยาวไป อีกนิดหนึ่ง เราเรียกสิ่งนี้ว่า

นัดช้าแต่ส่งเร็ว (Under Promise Over Delivery) ไม่ใช่นัดเร็วแต่ส่งช้า (Over Promise Under Delivery)

กรณีนี้เขาจะเผื่อเวลาไว้นิดหนึ่ง เหมือนพวกเราเวลาเจอ ลูกค้า ภายใน 10 วันทำการ ก็คือ 2 อาทิตย์ แต่ส่งจริงๆ ภายใน 5-7 วัน ลูกค้าจะชมว่าส่งไวจัง ความจริงแล้ว เราไม่มีเล่ห์เหลี่ยม เพื่อให้สะใจเรา แต่ต้องป้องกันตัวเอง ยิ่งเรามีเวลาเยอะ เราจะ ทำงานได้ดี

อาชีพผม เวลาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก คุณภาพมาจากเวลา ทีมงานผมกระจัดกระจายหมด ถึงเวลาก็มารวมตัวกัน เราไม่ต้องการให้คุณมานั่งในออฟฟิศ มาเสียค่าแอร์ทำไม ตอกบัตรทำไม ผมไม่ต้องการ อยู่บ้านทำงานสี มีความสุขจะตาย พอทุกคนมี ความสุข เราจะได้งานคุณภาพดีเอง เหมือนการทำซีอาร์เอ็ม เมื่อคุณทำให้ผมมีความสุข ผมก็จะทำให้คุณมีความสุขด้วย แล้วผมจะบอกต่อ ซื้อกับรายนี้นะ

โตโยต้าเขาสุดยอด เขาไม่ทิ้งคุณ

ผมไม่ใช่ผู้ร้ายเจ้าคิดเจ้าแค้น ผมเป็นคนธรรมดาที่ ดีก็บอก ไม่ดีก็บอก เจอสินค้าหรือบริการที่ดีก็บอกต่อกันเท่านั้นเอง

ลูกค้า 1 คน ซื้อของเรา 1 ชิ้น ราคา 10 บาท ทุกวัน เป็น เวลา 10 ปี คำนวณดูเท่ากับ 1 x 10 x 10 x 365 เราได้เงินจาก คนนี้คนเดียว 36,500 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเยอะมาก อย่ามองเพียง แค่ 10 บาท แล้วเมื่อไหร่จะรวย ถ้าคิดในแง่ที่ว่า คนซื้อแบบ เดียวกัน 10 บาท 100 คน ตลอด 10 ปีล่ะครับ นั่นเท่ากับ 36,500,000 บาท ถ้า 1,000 คน ก็ 36,500,000 บาทเป็นเงินที่มหาศาลมาก

ภาพนี้ผมใช้คำว่าหลักการกายกรรม เคยสังเกตไหมครับ ก่อนที่จะต่อตัวขึ้นไปได้ เขาจะต้องนิ่งมากๆ ถ้าไม่นิ่ง ไม่เสถียร ก็ จะไม่ขึ้นต่อ บ่อยครั้งที่เราเห็นเขาล้มเพราะเร่งจะเอาให้จบ

กายกรรมเป็นจุดที่ผมใช้บรรยายเสมอว่า

การที่คุณไม่นิ่ง คุณไปต่อไม่ได้

หลักการกายกรรม เป็นหลักการของซีอาร์เอ็มที่ดี

หลักการตลาดที่ดีที่สุดเลยคือ

อย่าได้หน้าแล้วลืมหลัง

มิฉะนั้น คุณก็จะสูญเสียคนที่ได้ชื่อว่าลูกค้าไปให้คู่แข่ง

1 customer bought our 1 piece for 10 baht every day for 10 years. Calculated as 1 x 10 x 10 x 365. We get only 36,500 baht from this person, which is a lot. Don’t look at just 10 baht. How much will be rich If you think in the sense that people buy the same 10 baht for 100 people for 10 years, that is 36,500,000 baht. If 1,000 people, 36,500,000 baht is a huge money.

ตอนที่22

ขอบคุณรูปภาพ : google.com

แนะนำติชม : bamboo-network.com

ตอนที่21 แบรนด์ที่ดีจะต้อง ใช้ไอเดียก่อนทุกสิ่งทุกอย่าง และไอเดียที่ดีต้องไปได้ไกลกว่า

ตอนที่21

ตอนที่21

ผู้ประกอบการชอบแก้ปัญหาโดยการโฆษณา ทุกคนที่คิดจะสร้างแบรนด์มักปรึกษาว่าจะโฆษณาอย่างไร

ผมตอบว่า การสร้างแบรนด์นะ ไม่ใช่แค่โฆษณา

การจะป็นแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จได้นั้นจะต้องมี เรื่องราวเยอะกว่านี้ บางทีผมก็ให้ไปอ่านเล่ม แหกกฏ SME บ้าง แต่เล่มนี้จะล้วงลึกมากขึ้น

ตัวอย่างง่ายๆ ถาม : พูดถึงมอเตอร์โชว์ นึกถึง? ตอบ : พริตตี้!

จริงๆ แล้ว มอเตอร์โชว์คือการแสดงรถ การมีพริตตี้เป็น ตัวช่วยทำให้งานเสดงรถยนต์มีสีสันมากยิ่งขึ้น พริตตี้ช่วยดึงดูดหนุ่มๆ เข้ามาในงาน ทำให้บรรยากาศโดยรวมสนุก เร้าใจ มีคนมาเยี่ยม แต่ละบูทเยอะๆ ไม่ทำให้งานดูหงอย

มีรถยี่ห้อหนึ่งจากเกาหลีใต้ ขายรถบรรทุก จะเปิดตัวแต่ทุนน้อย เขาก็ใช้พริตตี้เหมือนกัน ผลออกมาเป็นแบบนี้

จะเห็นได้ว่า ไม่ต้องใช้เงินเยอะแค่นี้ก็พอแล้ว นักข่าวมาถ่ายไปออกทั่วโลก สุดยอด คิดได้ยังไง เหมาะมากกับสินค้า พริตตี้ รถบรรทุก

หลายท่านอาจจะรู้สึกไม่ดี ว่าเราเอาผู้หญิงมาเหยียดหยามหรือเปล่า แต่สุดท้ายแล้ว มันมีความสัมพันธ์กันระหว่าง

ประสิทธิภาพและตัวนำสายตา ที่จะพาไปสู่การสื่อสารที่ตรงกันมากกว่า

ถ้าจะมองกันจริงๆ แล้ว โฆษณาเป็นเพียงปลายทาง ประชาสัมพันธ์เป็นเพียงปลายน้ำ ที่ผมพูดแบบนี้ไม่ได้ทุบหม้อข้าวใคร หลายคนอาจจะคิดว่า ผมมาด่าโฆษณาประชาสัมพันธ์หรือเปล่า โฆษณาและกิจกรรมการตลาดอื่นๆ ต้องใช้งบประมาณมาก ดีนะครับ ไม่ใช่ไม่ดี สามารถครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่กว้างทั่วประเทศได้ มีประสิทธิภาพสูง แต่มีข้อแม้ว่าสินค้าของเราต้องพร้อม จังหวัด ห่างไกลสามารถหาซื้อได้ง่ายหรือไม่ เพราะถ้าหาซื้อยาก จะกลายเป็นผลเสียมากกว่าได้

ไอเดียที่ดีคือต้นน้ำที่ดี

ไอเดียไม่ต่างอะไรกับตาน้ำ ยกตัวอย่างแม่น้ำแยงซีเกียง ผมดูสารคดีของแม่น้ำสายนี้ ตาน้ำของที่นี่ เหมือนที่เรากรวดน้ำคือ น้อยๆ ค่อยๆ ริน แต่ปลายน้ำกลับพุ่งเอาพุ่งเอา ต้นน้ำที่ดีคือน้ำที่ ใสสะอาด แต่ระหว่างทางคือการโฆษณา (Advertising) ประชาสัมพันธ์ (PR) ออกงานจัดแสดง (Event) เดินสาย (Road Dow) กลับไปตั้งต้นที่ต้นน้ำก่อน ไอเดียที่ดีจะพาแบรนด์ไปได้กว้างไกลไพศาล

สิ่งสำคัญที่สุด ทุกอย่างจะต้องเชื่อมกับแก่น

ผมพูดมาตลอดทุกบทเรื่องแก่น ผมเชื่อเรื่องนี้มาก จะกลายพันธุ์แบรนด์ หรือจะสร้างไอเดียให้แบรนด์ แก่นคืออะไร ถ้าผมมีพริตตี้หน้าตาสวย สดใส ดูเซ็กซี่ แต่แบรนด์คือรถกระบะ มันสวนทางกัน มันไปด้วยกันไม่ได้

เหมือนกับแก่นของสำนักพิมพ์ดีเอ็มจี

ชัดเจน สิ่งดีๆ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเพื่อนร่วมโลก

สิ่งดีๆ ก็จะดึงดูดคนประเภทเดียวกันเข้ามา ทำกิจกรรม อะไรดีๆ ใครๆ เขาจะคิดถึง ถ้างานบุญเดี๋ยวเขาไปเรียกดีเอ็มจีมา ทำหนังสือ จะทำอะไรก็แล้วแต่เกี่ยวกับเรื่องดีๆ เช่น จะมีหนังสือ ดีๆ เกี่ยวกับเรื่องปัญญา ผมว่านี่เป็นสำนักพิมพ์ที่จะสื่อสารออกไป ได้ดี เราคงระวังไม่ให้ทำอะไรแบบกระจัดกระจาย เดี๋ยวดีเอ็มจิ ก็จะเสีย ผมเองก็ภูมิใจ ไม่อาย พอคนรู้ว่าหนังสือเล่มนี้ทำมาจาก ดีเอ็มจี ทุกคนก็ต้องชมว่าดีเอ็มจีเป็นสำนักพิมพ์ที่ดีมาก ผมไม่เคย ได้ยินอะไรเสียจากดีเอ็มจีเลย

ผมคิดว่า แก่นเป็นตัวกำหนดว่าไอเดียจะมาอย่างไร

ลองตั้งโจทย์มาส แก่นคืออะไร แก่นคือความเป็นไทย

ความเป็นประเพณี ความเป็นชาวบ้าน แม่บ้าน เราต้องถอดรหัสก่อน จากนั้นมาดูต่อว่าจะพากันไปอย่างไร เรามักถอดรหัส

เค้า ไม่ใช่อยู่ดีๆ ทำเลย แบบนั้นไม่ได้ เราต้องไปค้นหาว่าสิ่ง เหล่านั้นคืออะไร เพราะทุกอย่างเราต้องเปิดเผย สามารถตอบสังคม ได้ทุกจุด ไม่ใช่ว่าอาจารย์สรณ์เอาความรู้สึกส่วนตัวอีกแล้ว ผมไม่ทำให้ใครมีข้อตำหนิได้

ผมทำสินค้าเด็กก็ได้ ผู้หญิงก็ได้ ทำมาหมดทุกรูปแบบจริงๆ

เมื่อก่อนที่ผมทำแบรนด์ผ้าอนามัย แม้แต่ถุงยางอนามัยก็ ทำมาแล้ว เพียงผมพยายามถอดรหัสว่า แก่นคืออะไรก่อน ผมอาจ เป็นเพศชาย ตรงข้ามกับเพศหญิง ซึ่งไม่ใช่ปัญหา ถ้าผมได้แก่น เสร็จทุกอย่างสามารถไปต่อได้ สินค้าเด็กก็เคยทำ ผมเป็นคนทำ แบรนด์ให้กับเบบี้เลิฟ ผ้าอ้อมเด็ก ในวันแรกๆ ถ้าเคยได้ดูทางทีวี

สิ่งสำคัญคือแก่น แก่นคืออะไร

ล่าสุดก็มีโครงการที่ต้องการให้ผมเป็นที่ปรึกษา เป็นธรรม ที่ใหญ่ระดับประเทศ ผมใช้เวลาครู่เดียว จับได้หมดเลย นี่ใช่ไหม ปัญหาของคุณ หนึ่ง สอง สาม ดักความคิดได้ทั้งหมด คล้ายๆ กับ หมอดูอ่านอดีตคุณว่าเคยโดนอะไรมาก่อน คุณโตที่ไหน คุณมีลูก กี่คน ครอบครัวคุณกี่คน ผมถอดรหัสครู่เดียว เขาก็บอกว่าถูกต้อง หมดเลย นี่เป็นเพราะว่าผมศึกษาหาข้อมูล ดังนั้น สิ่งที่เราต้องการ คือแก่น ถ้าไม่มีแก่น จะเปรียบเสมือนกับเรากำลังปิดระบบ ความคิดเรา คือปัญญาจะโดนปิด ศีลเรามีแน่นอน แต่ปัญญาเราไม่มี ศีลเหมือนความสามารถ แต่ปัญญาคือวิสัยทัศน์ ที่จะบอก ปัญญา คือการถอดรหัส ต้องเปิดให้ได้

ถ้าเราไม่มีแก่น ปัญญาเราจะปิดหมด เพราะไม่รู้จะไปต่อ อย่างไร เราต้องการปัญญา โดยให้แก่นเป็นตัวเปิดปัญญา จะได้ คิดต่อได้แบบสนุก

ศีล สมาธิ ปัญญา สติ และบารมี

ทุกอย่างเชื่อมเป็นเรื่องแบรนด์ได้ บารมีคือคนรักแบรนด์นี้มาก แบรนด์มีบารมี แบรนด์มีบริวาร แบรนด์มีสาวก

When I first made a brand of sanitary napkins Even the condom was already done, I just tried to decipher that What is the core? Before I could be male, opposite to female. Which is not a problem, if I am finished, everything can go Baby products were used to make me a brand for baby love diapers on the first day. If I ever watched on TV

What is important is the core.

Recently, there are projects that want me to be a fair consultant at a large national level I spent a moment capturing all this, right? Your problem, one, two, three, intercepted all ideas

ตอนที่21

ขอบคุณรูปภาพ : google.com

แนะนำติชม : bamboo-network.com

ตอนที่20 แบรนด์ที่ดีจะต้อง ตั้งชื่อแบรนด์ให้ครอบคลุม

ตอนที่20

เมื่อคุณอ่านเสร็จ คุณจะสามารถไปคิดต่อได้

เพราะเรามีกรณีศึกษาเยอะมาก

O-S AKANA

SANAKU (SNACK)

ตัวอย่างหนึ่งของลูกค้าผมที่หาดใหญ่ วันแรกที่มาเจอผม เขาตั้งชื่อว่า โอซากะนะ ซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่าปลา วันแรกที่ เจอกันที่หาดใหญ่ ก็ถามเขาว่า อยากทำปลาทั้งชีวิตหรือเปล่า เขา ก็บอกว่าไม่ แล้วทำไมตั้งชื่อโอซากะนะที่แปลว่าปลา

สำหรับธุรกิจของเขาอยู่กับทะเล ในทะเลมีกุ้ง หอย ปู ปลา บนบกมีไก่ หมู เป็ด แล้วคำภาวนาคืออะไร เจ้าของธุรกิจเขาตอบ ว่าอยากจะเปลี่ยนแปลงมาก ผมจึงบอกว่าถ้าเป็นเช่นนั้นผมขอ เปลี่ยนชื่อ จากโอซากะนะเป็นซานากุ ซึ่งมาจากสแน็ก (Snack) เป็นการทับศัพท์ในภาษาญี่ปุ่น สแน็กเป็นซานากุ เหมือนโฮเตลเป็น เฮเตรุ ส่วนเมกโตนารูบก็คือแมคโดนัลด์ ให้ใช้ชื่อซานาก เพราะไป ได้ไกลกว่า เนื่องจากชื่อเดิมแคบเกินไป

ตอนที่20

ดูสิครับ ผลที่ได้รับจากการเปลี่ยนแปลงนอกเหนือจากชื่อ แก่น ผมออกแบบที่บห่อขึ้นมาใหม่ให้สวยงาม เมื่อเทียบกับของเก่า แล้วคนละเรื่องกันเลย

เมื่อเปลี่ยนชื่อแล้ว สินค้าจะเป็นอะไรที่มากกว่าปลากรอบ มีปลาแห้ง ปลาหมึก ปลากะตัก ต่อยอดได้ไม่รู้จบ พอเป็นซานากุ สามารถไปอีกไกล อนาคตอาจจะข้ามไปหมูไปไก่ขายได้หมด เพราะ เปิดทางเรียบร้อยแล้ว เรียกว่าเบิกเนตรให้แบรนด์มีชีวิต

นี่เป็นตัวอย่างเรื่องอย่าตั้งชื่อให้แคบ

เพราะถ้าเป็นโอซากะนะ เป็นปลาอย่างเดียว

อย่างนี้ไปต่อไม่ได้

กรณีต่อไป ชื่อว่าหน้าวัว เป็นแบรนด์ที่ดี สถานที่ตั้งอยู่ตรง สี่แยกคอกวัว ผมเปลี่ยนชื่อ จากหน้าวัว ซึ่งดุมาก เป็น วิริยมัย โอสถ คำว่าหน้าวัวให้มีขนาดเล็กลงไปหน่อย วิริยมัยโอสถดูสบาย ขึ้น ไม่ดุ ที่สำคัญคือไม่จบแค่ชื่อ ผมได้วางจุดยืนให้แบรนด์นี้คือ ต้นตำรับยายุครัชกาลที่ ๕ ไม่ใช่แค่ตราหน้าวัว

งานออกแบบ ใช้ขวดแบบเก่า บทบาทของคำว่า “หน้าวัว” ถูกบีบให้เล็ก เริ่มกำจัดชื่อเก่าที่ดูดุดันจนเกินไป

ก่อนจะมาเรื่องชื่อ ต้องวางจุดยืนก่อน และชื่อวิริยมัย ไม่ใช่ หน้าวัวที่เป็นยาอย่างเดียวแล้ว จะมีอย่างอื่นขายนอกจากยาด้วย พอเป็นวิริยมัย สามารถไปได้ไกลกว่ามาก

เมื่อเรากระตุกกระสอบข้าวด้วยวิธีที่ถูกต้อง กระสอบข้าว นั้นจะเปิดได้โดยเราไม่ต้องใช้กรรไกรหรือมีด

ผมจัดสินค้าทุกอย่างไปในทิศทางเดียวกัน หีบห่อก็ปรับให้ สวยงาม เพราะต้องการส่งขายต่างประเทศด้วย ผมตั้งใจว่าต้องมี ดอกบุนนาค เจ้าของจึงไปค้นหาว่าดอกบุนนาคหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วส่งมาให้ ลายคล้ายๆ กับเป็นลายบุนนาคแบบธรรมดา แล้วผม จึงให้ทีมงานแต่งให้สวยเข้ากัน

หลังจากนั้นก็ไปเรื่องการออกแบบร้านให้สวยงาม ถ้าไป สี่แยกคอกวัว ใกล้ๆ กับเบอร์เกอร์คิง จะเห็นร้านนี้อยู่

เรื่องของการตั้งชื่อ อีกกรณีศึกษาหนึ่ง ทีวายแอล ไลท์ติ้ง (TYL LIGHTING) ค่อนข้างดูเป็นจีนมากๆ เขาเองอาจจะภูมิใจ ในโลโก้ แต่ผมดูไม่ค่อยออกว่าเขาขายอะไร

สินค้าคืองานไฟประดับตามเทศกาล แต่โลโก้เป็นเด็กผู้ชาย ร่าเริง เราเลยไม่รู้ว่าขายงานไฟประดับตามเทศกาล แบรนด์ที่ดี ต้องเข้าใจได้ตั้งแต่แรก เห็นแล้วเข้าใจได้เลย แต่ไม่ใช่เห็นแล้วงง

ผมเปลี่ยนชื่อเขา มาเป็น ONGA ARTFUL LIGHT เป็น ศิลปะแห่งแสงสี

ล่าสุดที่งานสถาปนิก (Architect Fair) ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี หลายคนเข้าไปทัก คิดว่าเป็นบริษัทที่มาจากต่าง ประเทศ คนมาขอแลกรับนามบัตรเยอะมากเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ

นี่เป็นแนวคิดที่เป็นความคิดรวบยอด

อีกรายหนึ่งที่กำลังทำโครงการอยู่คือ บางอ้อ คาร์เซ็นเตอร์ ซึ่งสถานที่ตั้งอยู่ที่บางอ้อ ใกล้ๆ กับสะพานพระราม 8 ผมเปลี่ยน ชื่อเป็น ADMIRE BY BANGAOR USED CAR เหตุผลเพราะ ถ้าเขาจะย้ายไปถนนกาญจนาภิเษก คนจะงงไหม บางอ้อยูสคาร์ ไป อยู่ที่หาดใหญ่ล่ะ จะงงไหม

BY BANGAOR CAR CENTER

ทำไมเราไม่เปลี่ยนเป็น

ADMIRE BY BANGAOR USED CAR

หาดใหญ่

ADMIRE BY BANGAOR USED CAR

กาญจนาภิเษก

เข้าใจง่ายกว่าเยอะ

Subject of naming Another case study, TYL LIGHTING is quite Chinese. He may be proud of the logo, but I don’t see what he sells.

The product is a festive fire. But the logo is a cheerful boy, so we do not know that selling fireworks according to festivals, good brands must be understood from the beginning. Can see and understand But not seen

I changed his name to the ONGA ARTFUL LIGHT as the art of light.

Latest at the Architect Fair at Impact Muang Thong Thani. Thinking of being a company from overseas

This is a concept that is a concept.

Another project that is currently doing is Bang O Car Center Which is located at Bang O, near Rama 8 Bridge. I changed the name to ADMIRE BY BANGAOR USED CAR. The reason, because if he will move to Kanchanaphisek Road, will the person be confused? Will be confused

ตอนที่20

ขอบคุณรูปภาพ : google.com

แนะนำติชม : bamboo-network.com

ตอนที่19 แบรนด์ที่ดีจะต้อง รู้จักเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่เสมอ

ตอนที่19

เวลาพูดนี่ง่าย แต่พอทำยากมาก

เพราะทุกอย่างต้องเริ่มที่ตัวคุณ

หนังสือเล่มหนึ่งที่ผมชอบมาก หลายคนอาจรู้จัก จิม คอลลินส์ (jim Collins) เป้นนักเขียนที่เก่งมาก เขาเขียนหนังสือ “แค่ดียังไมาพอ ต้องดีสุดๆ” (Good to Great) ผมอ่านนานมากแล้วมีบทนำที่จิม คอลลินส์ เขียนเป็นทษฎีไว้เป็นแนวคิด “กบถูกต้มด้วยน้ำร้อน”

แนวคิด “กบถูกต้มด้วยน้ำร้อน”

ตอนที่19                                 

น้ำร้อนกพำลังเดือดๆ โยนกบลงไป กบจะกระโดดออกมาทันทีเพราะรู้ว่าร้อน ตรงกันข้ามถ้าน้ำยังเย็ยอยู่ เอากบลงไปว่ายค่อยๆ เปิดแก๊สเพิ่มความร้อน กบจะตายในหม้อ เพราะความร้อน ค่อยๆ เพิ่มขึ้น กบไม่รู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากน้ำที่ร้อน

ปี 2008 กีฬาโอลิมปิกมีการแข่งขันวิ่งลมกรด 100 เมตร หญิง นักกีฬาจากประเทศจาเมกาได้ทั้ง 3 รางวัล นักข่าวไปถาม ชารอน ซิมป์สัน ซึ่งวิ่งเข้าที่ 2 ได้เหรียญเงิน ทำไมคุณแพ้เพื่อนคุณแค่ .2 วินาที

นักข่าวไม่ถามคนได้ที่ 1 ว่ารู้สึกอย่างไร

แต่ไปถามคนที่ 2 ว่ารู้สึกอย่างไร

ข้อความที่เขาตอบแปลเป็นภาษาไทยว่า “เมื่อคืนฉันลืมตะไบเล็บ เลยวิ่งไม่ได้ดีนัก” สุดยอดเลย ลืมตะไบเล็บทำให้แพ้เล็บทำให้กนัก เล็บทำให้ไม่ลู่ลม คิดได้ยังไง

นี่คือแนวคิดที่ผมมักพูดว่า คุณจะต้องเปลี่ยนแปลง

ทั้งหมดกลับมาตั้งต้นที่วิธีคิด

กล้าที่จะเปลี่ยนหรือเปล่า

โค้ก เป็นแบรนด์ที่ใหญ่แบรนด์หนึ่งของโลก เปลี่ยนโลโก้ หลายต่อหลายครั้งแล้ว เขาไม่อายที่จะเปลี่ยน เพราะกาละและเทศะ

ขวดของโค้กโดนเปลี่ยนจนสุดยอด เพราะแรกๆ ยังไม่ดีเหมืทอนขวดยา สุดท้ายมาจบที่ขวดใหม่ โดยนักเป่าแก้ว เทอราคอตตา อินเดียนา ประเทศสหรัฐอเมริกา อย่าไปกลัวที่จะล้ม ไม่ดีก็ทิ้งไป

แป๊ปซี่ มีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง แม้กระทั้งกระป๋อง เขาก็รับเปลี่ยน จ่กหน้าตาแรกๆ เหมือนกระป๋องยาฆ่าหญ้า ถูกเปลี่ยนมาเป็นแบบใหม่ อย่าไปอาย

ผมให้ดูตัวอย่างของลูกค้า เพื่อโยงเข้ามาในเรื่อง sme เป็นโลโก้แบบเก่าของเขา พอถึงจุดหนึ่ง เขาเปลี่ยนโลโก้ กระชุ่มกระชวยมากขึ้น ลูกค้าทำธุรกิจสารสนเทศอันดับต้นๆ ประเทศไทย โลโก้เก่าเขาชื่อซีดีจี (CDG) กรุ๊ป ผมเปลี่ยนเป็นซีดีส เป็นกุญแจ เป็นมังกรผงาดไปทางขวา ไปทางทิศตะวัน ซึ่งกุญแจมีความหมายดีมากคือล็อกเอาไว้

ลูกค้าอีกรายหนึ่ง ดอส (DOS) เป็นแบรนด์ที่ดีมาก ผมไม่ เปลี่ยนชื่อเขา ขอเปลี่ยนแต่โลโก้ เพราะธุรกิจเขาไม่ใช่ธุรกิจนำ อย่างเดียว แต่เป็นธุรกิจสิ่งแวดล้อมด้วย

นี้เป็นผลงานที่มแบรนด์ของเรา ลองสังเกต จะเห็นเป็น รอยยิ้ม และเป็นเลขหนึ่งไทยด้วย พร้อมทั้งเปลี่ยนเป็นสีทอง

เห็นไหมครับ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้ว

บุญศิริห้องเย็น เป็นผู้นำเข้าปลาทูที่ใหญ่ที่สุดใน ประเทศไทย แต่ไปอยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษ ปลาทูมาจากประเทศ ศรีลังกา แล้วใส่คอนเทนเนอร์จากท่าเรือส่งไปศรีสะเกษ เขาเป็น ห้องเย็นที่ใหญ่มาก ผมเปลี่ยนโลโก้ เก่าคือฝั่งซ้าย ใหม่คือฝั่งขวา ให้เขาสดใสกว่าเดิม

การออกแบบโลโก้ ผมจะมีการใช้สมาธิ

บางครั้งผมจะเงียบๆ คนเดียว

บางแบรนด์ผมไม่แตะชื่อ เพราะชื่อบางอย่างผมเห็นดีด้วย ไม่ติดอะไร เขาขายปลาทู บุญศิริก็ดีอยู่แล้ว แต่โลโก้ธรรมดาไปนิดหนึ่ง มีปลาน่ารักเกินไปก็ต้องเปลี่ยนดู

กรณีศึกษา ร้านสังฆภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

สิ่งแรก ผมเปลี่ยนชื่อบริษัท เพราะอะไร?

ถ้าเป็นร้านสังฆภัณฑ์ ก็จะจบที่สังฆภัณฑ์ แต่เราต้องการ ภาวนา หรือวิสัยทัศน์ของแบรนด์ให้ใหญ่ขึ้น ผมจึงตั้งว่า แสงแห่ง ศรัทธา เพราะแสงคือนามสกุล ศรัทธาคือธุรกิจ แล้วโลโก้หน้าร้าน ก็เปลี่ยนให้ดูดีขึ้น ดูมีตัวตนมากขึ้น

ผู้ประกอบการต้องลงทุนพอสมควรในการเปลี่ยนแปลง?

ผมไม่ได้บีบบังคับว่าต้องทำอย่างนี้ทุกราย จะเช็กก่อนว่า ไหวไหม ถ้าไหวก็เปลี่ยน จะไม่บอกให้ ทำอย่างเดียวกัน ผมจะ ระวังในเรื่องปฏิกิริยา (Reaction) ทุกครั้งผมจะมีวิธีเช็กระดับ

เสียวอยู่ตรงไหน ไม่ใช่ทุกคนต้องทำ สังเกตได้ว่าบางคนไม่ต้องทำก็ได้ ไปจัดการจุดอื่นๆก่อน เราจะมีวิธีบิดไปบิดมา

สิ่งที่สำคัญคือการวางตัวตน จริต จิตวิญญาณของเขา

ผมใส่ใจกับเรื่องนี้ก่อน แล้วชื่อจะตามมา หีบห่อจะตามมา ร้านจะตามมา มันจะดึงกันมาทั้งหมด เหมือนอวน เมื่อวางอวน ดีแล้ว ถูกทิศถูกทาง เบอร์ของอวนพอดี ทางน้ำพอดี เส้นทางน้ำ มาทางไหน ต้องเข้าไปตรงนั้น เพื่อความเป๊ะทุกอย่าง ที่เป็นระบบ

เรื่องชื่อ โลโก้ ผมไม่เครียดมาก

แต่ที่ผมจะเครียดคือ

ผมยังจับตัวตนเขาไม่ออก

เรื่องแก่นนั้นผมจะจริงจังกับมันมาก ผมใช้สมาธิเยอะมาก ในจุดนี้ บางครั้งผมจะอยู่นิ่งๆ คนเดียวนานพอสมควร หรือจะแอบ ทำการบ้านก่อน แล้วก็ไปเสนอเขา ผมแอบอ่านในสมาธิ แอบอ่านใจเขาเรียบร้อยแล้ว จากการที่ผมนิ่ง โจทย์ของผมคือ อยากให้เขาร่ำรวยอย่างยั่งยืน

ELVIRA ผมเปลี่ยนร้านเขาแล้วดูแตกต่างไหมครับ ระหว่างเก่าและใหม่ซึ่งแบบเดิมดูเป็นแม่บ้านมากทีเดียว

แบบใหม่เราเรียก “แม่บ้านเปลี่ยนไป”

ผมเปลี่ยนของเดิมๆ ให้เป็นโมเดิร์นขึ้นมา เอาพลังของสีมา เล่น บางครั้งเราต้องรู้ว่า อะไรคือจุดที่สร้างพลัง เราใช้สีแดง สีแดง คือความฮึกเหิมและพลัง ในมุมที่ไม่ดีอาจจะเป็นความก้าวร้าว รุนแรง แต่สีแดงเป็นสีที่มีพลังมาก ส่วนสีม่วงเป็นสีของกษัตริย์ ที่ จะถูกใช้ในกรณีของสินค้าที่สูงส่งมาก สีม่วงจะเข้ากับสีอื่นได้ยาก ไม่ค่อยอยู่กับใคร แต่เป็นสีของกษัตริย์ที่สูงส่ง เราอาจจะต้องแซม ม่วงเข้าไปบ้าง ทั้งหมดนี้ สิ่งที่เราใช้ เราเรียกว่าเป็นสีที่แรง ทำให้ เกิดพลัง

ผมอธิบายเรื่องความเปลี่ยนแปลงในเชิงของตัวตนไปแล้ว ผมจะวกเข้ามาในเชิงกายภาพ ตัวตนก็คือโลโก้ ส่วนสถานที่หรือ ร้านเป็นเรื่องกายภาพ

ELVTRA นี่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงกายภาพ เราเปลี่ยนร้าน แต่เรื่องตัวตน คือเรื่องของโลโก้ มักจะมีคำถามเสมอว่า

ทำไมเราต้องเปลี่ยนกายภาพ

แบรนด์จะขึ้นกับกาละและเทศะ รวมไปถึงเวลาและสถานที่ จึงต้องเปลี่ยนแปลงตลอด สังเกต แบรนด์ในธุรกิจโรงแรมจะเปลี่ยน ทุกๆ 3-4 ปี จะซื้อแต่งใหม่นิดๆ หน่อยๆ แม้แต่พวกเราก็จะมี ทรงผมที่แตกต่างกัน เราลองถามตัวเองว่า ตั้งแต่เกิดจนถึงวันนี้ เราเปลี่ยนทรงผมมากี่ครั้ง ผมเองเคยไว้ผมยาวมากแบบผู้หญิง แล้วก็กลับมาเป็นเยอรมันบ๊อบ วันหนึ่งก็ตีโป่ง เราเองยังเป็นอย่าง นั้น แล้วแบรนด์ล่ะ ถ้าเราเปลี่ยน แบรนด์ก็น่าจะต้องเปลี่ยนด้วย

การเปลี่ยนแปลงในเชิงอารมณ์

การบริการที่สร้างความประทับใจ เป็นการเปลี่ยนแปลง เชิงอารมณ์ ยกตัวอย่างสายการบินเซบูแปซิฟิกแอร์ เขาใช้วิธีเต้น สาธิตการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ก่อนเครื่องบินขึ้น ผลที่ได้รับกลับมาคือ คนดูจะส่งคลิปต่อ เป็นการโฆษณาให้ฟรีๆ คนดูกันเป็นล้านๆ ครั้ง ได้ผลดีอย่างไม่น่าเชื่อ

เราต้องใช้เงินเป็นพันล้านใหมในการเต้น ผมพยายามจะย้ำซ้ำๆ ให้ผู้ประกอบการอย่าไปคิดว่า

ต้องเริ่มต้นจากเงิน แต่ให้เริ่มต้นจากแนวคิด

ให้คิดเสมอว่า เราไม่มีเงิน การที่เราไม่มีเงิน จะกดดันให้ เราหลั่งสารบางอย่างออกมา เหมือนจุดหนึ่งที่เรากำลังเข้าตาจน เมื่อ เราเข้ามุมนั้น เราจะสู้ไม่ถอย เขาเรียกว่าแนวคิดสุนัขจนตรอก

เวลาสุนัขจนตรอกมันสู้ชนะทุกตัว

ไม่มีอะไรเสีย ไม่กลัวเจ็บ

ถ้าเราคิดว่า เรายังมีอะไรให้เสีย

เราจะกลัวเจ็บ เราจะไม่กล้าทำ

ตอนที่19

ขอบคุณรูปภาพ : google.com

แนะนำติชม : bamboo-network.com

ตอนที่18 แบรนด์ที่ดีจะต้อง ไม่ใช้กลยุทธ์ราคาถูกสุดๆเป็นจุดขาย

ตอนที่18

ผู้ประกอบการ SME ส่วนใหญ่เมื่อคิดอะไรไม่ออก เลยเน้นราคาถูกไว้ก่อน

ถ้าเราไม่ได้อยู่ในธุรกิจพวกไฮเปอร์มาร์ท (Hypermart) ที่ฟาดฟันกันด้วยราคา เราก็ไม่ควรใช้กลยุทธ์นี้ เพราะบทบาทและ หน้าที่ของแบรนด์เหล่านี้คือ การเลือกและคัดสรรสินค้าที่มีคุณภาพดีในระดับหนึ่ง แต่ราคาต้องถูกสุดๆ เพราะนี่เป็นบทบาทของอุตสาหกรรมค้าปลีกขนาดใหญ่

จากภาพตัวอย่าง ตกลงไม่รู้ใครถูกจริง “เรารับประกันถูก สุดๆ” ด้านขวา “ถูกสุดๆ ทุกวัน” เขาจะแข่งกันบนพื้นฐานของราคา ถูกสุดๆ ถูกกว่า ถูกจริง ถูกสะท้านโลกันตร์ ถูกสะท้านฟ้า ถูก ฯลฯ

ตอนที่18

บริบทและบทบาทของเซเว่น อีเลฟเว่น กับแฟมิลี่มาร์ท เขา ไม่เน้นถูก แต่เขาเป็นร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน ใกล้ที่ทำงาน อยู่ในชุมชน ขาดอะไรก็เดินมาซื้อได้ ราคาสินค้าไม่ได้ถูกสุดๆ เหมือนของเทสโก้โลตัส บิ๊กซี แม็คโคร เพราะเซเว่น อีเลฟเว่น ไม่ได้สร้างมาบนพื้นฐานของราคาถูกสุดๆ แต่เป็นสะดวกสุดๆ เพราะผู้บริโภค มีความพอใจกับความสะดวกสบาย จึงทำให้การอยากได้ของ ราคาถูกโดนพลังของความสะดวกกลบไป

เริ่มเห็นแล้วหรือไม่ว่าจะต้องเอาอะไรมากลบราคา

เซเว่น อีเลฟเว่น ไม่ได้ขายของถูก เพราะเซเว่น อีเลฟเว่น เอาความสะดวกสบายมากมากลบความแพง ผู้บริโภคไปร้านสะดวกซื้อพวกนี้เพื่อซื้อสินค้าจำนวนน้อย ไม่กี่ชิ้น ในขนาดที่เล็กกว่า ในขณะที่การจับจ่ายซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตหรือไฮเปอร์มาร์เก็ต จะซื้อจำนวนมาก เพราะฉะนั้น โจทย์ไม่เหมือนกัน คุณในฐานะ

ผู้ประกอบการต้องตีโจทย์ให้แตก ภาวนาของคุณ วิสัยทัศน์ของคุณ เปิดมาเลยว่าจะขายของถูกหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น คุณก็ต้องทำ ทุกอย่างให้มันไร้คุณภาพที่สุดเพราะคุณจะต้องอยู่ได้

ลองสังเกตดู รถเข็นในซูเปอร์มาร์เก็ต พวกเทสโก้โลตัส บิ๊กซี จะใหญ่มาก เมื่อเทียบกับที่ท็อปส์ ฟู้ดแลนด์ โฮม เฟรช มาร์ท เพราะการซื้อของในห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ (Hypermart) เหล่านี้ ต้องซื้อเยอะ ปริมาณมาก แต่เราไม่เห็นรถเข็นในเซเว่น อีเลฟเว่น เพราะจะซื้อเป็นชิ้น มือของมนุษย์ 2 ข้างถือได้หมด ผมซื้ออย่างมาก ก็ 2 ชิ้น เช่น น้ำ 1 ขวด ไส้กรอกอีก 2 ชิ้น ได้ของแค่นั้นก็ออกไปแล้ว ดังนั้นการขายของถูกจึงเป็นศัตรูกับผู้ประกอบการ SME เพราะมีกำไรน้อย จึงต้องขายของให้ได้เยอะๆ มากๆ

วัฎจักรของหายนะจากการขายของถูกเริ่มจาก คุณต้องขายของมากๆ เลยต้องมีคนงานเยอะๆ แล้วก็ตามมาด้วยต้นทุนสูงมากๆ ทำให้มีกำไรน้อย ก็กลับไปตั้งต้นใหม่ที่คุณต้องขายของให้ได้มากๆ อีกเพราะต้องการอยู่รอด

ถูกที่สุดในโลก ไปไหนก็เจอ แล้วตกลงคนไหนถูกที่สุด ผู้ บริโภคชอบของถูกแน่นอน เหตุผลที่ต้องถูกเพราะไม่มีเรื่องราวต่อ ถ้าผู้ประกอบการคิดลึกนิดหนึ่ง มองอีกมุมหนึ่ง สามารถหาจุดขาย อย่างอื่นได้

ถูกที่สุดในโลก (จะมีข้อความบรรทัดนี้ไว้ทำไม)

ลายหินอ่อนที่ไม่มีใครมีในประเทศไทย แกรนิตโต้ลายพิเศษ เฉพาะร้านเราเท่านั้น

60 X 60 : 700 บ./ตร.ม.

ติดตั้งเสร็จภายใน 3 วัน บริการติดตั้งถึงที่ทั่วประเทศไทย ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มนอกจากค่าหิน

เห็นไหมครับ เราตัดแถวที่ 1 ทิ้งได้เลย ในหลักของแบรนด์ ส่วนใหญ่จะคิดว่า ขายไม่ได้ก็ใช้การลดราคา

อย่าลืมว่า ผู้บริโภคชอบของถูกอยู่แล้ว

ที่สำคัญ เขาอยากได้ของฟรี ไม่ใช่แค่ถูก

อย่าลืมใช้คุณภาพที่แตกต่างเป็นกลไกในการขาย

ไม่ใช่ราคา มิฉะนั้น คุณต้องล่อนจ้อนแน่

Entrepreneurs have to beat the problems to break your prayers, your vision. Open to sell cheap products or not. If that is the case, then you have to do everything for it to be the best quality, because you must live.

Try to observe the trolley in the supermarket. The Tesco Lotus Big C is very big compared to the Tops Foodland Home Fresh Mart because the purchase of these large retail stores (Hypermart) requires a lot to buy, but we don’t see it. Carts in the 7-Eleven because they can be bought as two human hands. I bought 2 pieces, such as 1 bottle of water, 2 more sausages. Therefore, the sale of goods is therefore an enemy to SME entrepreneurs because of low profits. Therefore having to sell a lot of items

ตอนที่18

ขอบคุณรูปภาพ : google.com

แนะนำติชม : bamboo-network.com

ตอนที่17 แบรนด์ที่ดีจะต้อง มีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม

ตอนที่17

สิ่งแวดล้อมกับธุรกิจ

คุณคิดเห็นเป็นอย่างไร

เราต้องสำนึกบุญคุณของโลกใบนี้ ที่ให้โอาสเราได้ใช้ชีวิตมีอากาศบริสุทธิ์ ให้เราได้ใช้ มีน้ำใสสะอาดให้เราได้ดื่ม มีแสงแดดที่อบอุ่น มีภูเขา ป่า ลำธาร ทะเล แม่น้ำ โลกใบนี้เปรียบเสมือนสิ่งมีชีวิต เปรียบเสมือนมนุษย์ ฉันใดก็ฉันนั้น ถ้าเราไม่ดูแล ปกป้องรักษา ทะนุถนอม เราคงไม่มีโลกใบนี้ให้ลูกหลานของเราได้ชื่นชมได้ใช้ย่างแน่นอน

เมื่อเอ่ยถึง …. คิดถึงแบรนด์อะไร?

ตอนที่17
ปลูกป่า
ถนนสีขาว
ขาเทียม

 

 

 

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เขาพยายามดูแลใส่ใจสิ่งแวดล้อม สังคม เพื่อนมนุษย์ เขาทำให้เด็กผู้ด้อยโอกาสได้มีโอกาสเดินด้วยขาเทียม จากฝาแบรนด์ ทำให้ถนนทุกเส้นจากแคมเปญนี้ของโตโยต้า ปลอดภัยมากขึ้น ปตท. ปลูกป่าให้สัตว์ป่าชายเลนได้มีโอกาส ขยายพันธุ์ หรือคนที่ประสบภัยหนาว ได้มีผ้าห่มเพื่อความอบอุ่น จากไทยเบฟเวอเรจ

ทำไมเราต้องดูแลสิ่งแวดล้อม? คำตอบคือ เราจะได้นำทรัพยากรจากธรรมชาติมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าของเรา

ถ้าคุณไม่มีโลกใบนี้แล้ว คุณจะเอาอะไรมาผลิตสินค้า ใช้ กระดาษได้อย่างไรถ้าโลกนี้ป่าไม่เหลือแล้ว จะใช้พลาสติกได้อย่างไร จะมีของให้เราได้กินได้ใช้ไหม จะมีไฟฟ้าให้ใช้หรือเปล่าเพื่อเป็น พลังงานในการผลิต

คุณเริ่มจากอะไร คุณก็กลับไปตอบแทนสิ่งนั้น

ถ้าทำธุรกิจเกี่ยวกับน้ำ คุณก็ดูแลน้ำ ถ้าทำธุรกิจเกี่ยวกับดิน เกี่ยวกับหญ้า

คุณก็ต้องดูแลดินและหญ้า เป็นสัจธรรมของธรรมะ ทำสิ่งใดย่อมได้สิ่งนั้น

We must be grateful for this world. Which gives us the opportunity to live a fresh air for us to use, with clear water for us to drink With warm sunlight, mountains, forests, streams, seas, rivers, this world is like a living thing Like a human being So If we do not care, protect, maintain, we will not have this world for our children to appreciate.

When mentioning …. what brand do you think?

These things are what he is trying to take care of the environment, the human society. He makes the underprivileged children have the opportunity to walk with prosthetics from the brand’s lid, causing all roads from Toyota’s campaign. More secure, PTT planted forests for mangrove animals to have the opportunity to breed or suffer from cold Have a blanket for warmth From Thai Beverage

Why do we need to take care of the environment? The answer is that we will bring natural resources as raw materials to produce our products.

If you don’t have this world What are you going to use to produce products using paper? How to use plastic? Will have something for us to eat? Will have electricity to use or not to be Production energy

What are you starting from You then return to that.

If doing business about water, you take care of the water if doing soil-related business. About the grass

You have to take care of the soil and grass. Is the truth of Dharma Doing anything can get that

Episode 17

ตอนที่17

ขอบคุณรูปภาพ : google.com

แนะนำติชม : bamboo-network.com