ตอนที่16 แบรนด์ที่ดีจะต้อง เป็นห่วงเป็นใยและให้ความช่วยเหลือลูกค้าอยู่ตลอดเวลา

ตอนที่16

ตอนที่16 อยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ แบรนด์ที่ดีจะต้องแอบมองว่า ลูกค้าขาดเหลืออะไร เราต้อง แอบมองลูกค้าตลอดเวลา ต้องให้ลูกค้ารู้ว่า เราอยู่เคียงข้างเขา ลึกๆแล้วของผู้บริโภคต่อให้ทำตัวซ่า อวดฉลาด หรือเก่งแค่ไหน แต่ความจริงแล้ว มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอ เพียงแค่เสแสร้งแกล้ง แสดงออกมาว่าตัวเองแข็งแกร่ง ทั้งที่จริงแล้ว เขาขาดความมั่นใจ สิ่งที่เขาซื้อเราไป เขาไม่ได้รู้ดีเท่าเรา “ป้า ทำไมวันนี้ส้มไม่หวานเลย แบบนี้ต้องลดราคานะ” ลูกค้ามักแสดงออกเพื่อให้รู้ว่าฉันร้าย ฉันไม่อยากถูกเอา เปรียบ กลัวถูกคนข้างๆ หัวเราะเยาะว่า นี่มือใหม่หัดมาซื้อของที่ ตลาด แต่ลึกๆ แล้ว ผู้บริโภคทุกคนอ่อนแอและขาดความมั่นใจ ตัวอย่างในประเด็นการเป็นห่วงเป็นใยให้ความช่วยเหลือ ลูกค้าอยู่ตลอดเวลา ที่ญี่ปุ่น ในลิฟต์ตัวหนึ่งของโรงแรมที่เข้าไปพัก มักมีเก้าอี้วางอยู่ ดูมีความสุขไหมครับ มีเก้าอี้ในลิฟต์ ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร แต่พอมีก็ต้องนั่ง โอ้ สบาย มนุษย์เป็นแบบนี้ มีต้องใช้ ถ้าไม่มีก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้ามีต้องใช้ มีแล้วใช้ ใช้แล้วชม แต่อีกมุมหนึ่ง ถ้าเราไปเที่ยวแล้วซื้อของมาแพง มากเลย หอบหิ้วเต็มไปหมด เราจะเอาของวางลงกับพื้นไหม ไม่ครับ วางไว้บนเก้าอี้! สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ผมใช้คำว่า A little bit marketing การตลาดอีกสักนิดอีกสักหน่อย เก้าอี้ตัวนี้ราคาไม่ได้แพง 1,000 ล้านบาท ไม่จำเป็นต้องให้นาซ่าคิดเทคโนโลยีให้ราคา ให้อย่างดีก็ 500 บาท แต่ 500 บาทนั้น มีแต่เสียงชื่นชม สุดยอดดดด.. คิดได้ยังไง เจ๋งมากกก คำเหล่านี้เปรียบเสมือนน้ำมนต์ที่ชโลมโปรยปรายออกมา ทำให้ธุรกิจเจริญรุ่งเรือง การได้รับคำชื่นชมทุกวัน เปรียบเสมือน น้ำมนต์และคาถาของหลวงพ่อที่มีชื่อว่าผู้บริโภค ถึงแม้พวกเขาจะไม่ใช่พระไม่ใช่เจ้า แต่คำพูดพวกนี้เป็นคำอวยพรให้เราเจริญรุ่งเรือง ขึ้นเรื่อยๆ เราก็รวยไปด้วย มั่งคั่งมั่งมีไปด้วย ส่วนนี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง เพื่อคนพิการหรือคนชรา ญี่ปุ่น เขาไม่ได้มองข้ามสิ่งเหล่านี้ ถ้าคุณไม่ชรา คุณไม่รู้เลยว่าสิ่งเหล่านี้ มีประโยชน์อย่างไร อีกมุมหนึ่งในห้องน้ำ จะมีเก้าอี้สำหรับเด็กอ่อน เพื่อให้คุณพ่อทำธุระส่วนตัวได้โดยไม่ต้องเป็นห่วงลูกน้อยของตน เขาว่าการตลาดอีกสักนิดอีกสักหน่อยคือการทำตัวเป็นฝ่าย ตรงกันข้าม ถ้าจะต้องมีผู้สูงวัยเดินเข้ามา เราต้องลองทำตัวเป็นคนแก่ดู คนแก่ต้องการอะไร ถ้าเราจะทำธุรกิจกับผู้หญิง ผู้หญิงอยากได้อะไร ถ้าเป็นโถปัสสาวะผู้ชาย ผมต้องการฟังผนังที่ยื่นออกมา เพื่ออะไร? เพื่อวางของ เพิ่งซื้อของมา ไม่ต้องการวางที่พื้นเพราะมันเปียก อีกที่หนึ่ง โกเทมบะ เป็น Factory Outlet ในประเทศญี่ปุ่น ผมไปซื้อรองเท้ามาคู่หนึ่ง เขาเห็นฝนตก จึงใส่ถุงพลาสติก ให้ เพราะกลัวละอองฝนไปโดนถุงกระดาษ คิดได้ยังไง น้ำลาย กลายเป็นน้ำมนต์ สุดยอดเลย สาดออกไปเหมือนเจริญพร มั่งมีศรีสุข มีแต่คำชม กรณีนี้ ปตท. ไม่ได้ขายแค่น้ำมัน คุณไม่ต้องไปสร้างนวัตกรรมน้ำมันแล้ว เพราะน้ำมันมันได้แค่นี้ ไปเติมสารอีกหน่อย เติมน้ำตาลหวานอีกสักนิด ไม่ต้องแล้ว แต่องค์ประกอบของแบรนด์ ว่าสิ่งที่มันเป็น น้ำมันไม่จำเป็นต้องไปสร้างให้มันกลายเป็น นวัตกรรม แต่สถานีบริการต้องการห้องน้ำ ร้านรองเท้าร้านหนึ่งบอกว่า รองเท้าคู่นี้ใช้ได้ 100 ปี ไม่จำเป็น ผมไม่อยู่นานขนาดนั้น! ของไม่จำเป็นต้องมีแต่แก่นอย่างเดียว แก่นมันดีแล้ว หาองค์ประกอบมาสร้างให้เกิดองค์ประกอบที่ใหญ่ขึ้น เราเรียกสิ่งนี้ว่า ลูก ทำไมแกงต้องมีผักชีอยู่ 2 ใบ แล้วทำไมห่อหมกต้องมีพริกชี้ฟ้าซอยเป็นฝอย หลักการคือใช้ประดับให้ดูน่ากิน ที่ประเทศออสเตรีย มีห้างหนึ่งชื่อ เอเดกซ์ เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่คนสูงวัยชอบมาก เขาห้อยแว่นขยายไว้เลย อ่ะ…คุณตา ตัวหนังสือเล็กไปก็เอาแว่นขยายมาดู รถเข็นมีที่นั่งสำหรับคุณตา แล้วก็มีที่ให้นั่งจิบกาแฟ เพราะคุณตาเดินไปเดินมา ใช้เวลานานในนั้น นี่แหละคือการตลาดที่เรียกว่า การตลาดอีกสักนิดอีกสัก หน่อย ซึ่งก็กลับมาสะท้อนในบทที่ 14 ของเรา เป็นห่วงเป็นใย และ ฝให้ความช่วยเหลือลูกค้าอยู่ตลอดเวลา เราเรียกสิ่งนี้ว่า คอสตอมเมอร์ เซ็นทริก (Customer Centric) เพราะลูกค้าคือศูนย์กลาง แห่งความมั่งคั่งสำหรับธุรกิจของคุณ เขาเป็นคนจ่ายเงินเดือนให้คุณ อย่าส่งลูกค้าไปให้คู่แข่งเด็ดขาด ที่เขาหนีไป คุณเป็นคน ส่งไปให้เขา คนอื่นไม่เกี่ยว ลูกค้าไม่ได้ใจร้ายกับคุณ แต่คุณกำลัง ส่งลูกค้าไปให้คู่แข่ง อย่าคิดว่าเสียลูกค้าไปแค่คนเดียว แต่ต้องคิดว่ากำลังจะเสียลูกค้าไปตั้ง 1 คน นี้ก็เป็นวลีเด็ดที่ผมใช้บ่อยมาก “เรากำลังจะเสียลูกค้าไป ตั้งคนหนึ่งแล้วนะ เรากำลังจะเสียลูกค้าไปแล้วนะ” น้ำเสียงเป็น ตัวบอกว่าเราอยากได้เขาแค่ไหน เราเรียกสิ่งนี้ว่า อากัปกิริยาของมนุษย์เป็นสิ่งที่ไล่ลูกค้าไปหาคู่แข่ง This is a marketing called Marketing a little bit more, which is reflected in chapter 14 of our concern as a fiber and helping customers at all times. We call this the Costa Centric because the customer is the center. Of wealth for your business He is paying you a salary. Do not send customers to competitors, of course, that he fled. You are sent to him, others are not related. Customers are not cruel to you, but you are sending customers to competitors. Don’t think that you lose only one customer. But must think that it is about to lose 1 customer

ตอนที่16

ขอบคุณรูปภาพ : google.com แนะนำติชม : bamboo-network.com

ตอนที่15 แบรนด์ที่จดีะต้อง สามารถกลายพันธุ์ไปยังสินค้าและบริการประเภทอื่นได้

ตอนที่15

ตอนที่15

กลายพันธุ์!?

กลายเป็นอะไร

ปุ้มปุ้ยปลายิ้ม คือปลายิ้มซาร์ดีน เขากลายพันธุ์จากปลาในซอสมะเขือเทศ เป็นหลายอย่างมาก เริ่มจาก กลายพันธุ์เป็นขลุกขลิก แล้วเป็นแกงไทยรสจัด ไปเป็นรสแท้ตะวันออก เปรี้ยวหวานแมกเคอเรล เต้าซี่แดง เอกซ์โอ ทะเลครบรส คั่วกลิ้ง ปลาทอด คัดพิเสษ ทะเลกรอบกินเล่น หอยลาย ยังมียำอบกรอบประเภทซื้อกลับไปบ้านรับประทานได้เลย

แบรนด์ที่ดีต้องไม่จบแค่ตัวตนเดียว

กลุ่มเป้าหมายไม่ขยาย รายได้ก็ไม่มา ถ้าขยายบางอย่างก็โดนผม บางอย่างก็โดนลูก บางอย่างก็โดนภรรยา เพิ่มช่องทางการขายออกไป แต่ในทางตรงกันข้าม บางสินค้าก็กลายพันธุ์ไม่ได้ แลคตาซิด เป็นสินค้าสำหรับคุณผู้หญิง สำหรับจุดซ่อนเร้นจะไปอีกได้ไหม ไม่ได้แล้ว ตายแล้ว จบอยู่แค่นั้น เป็นยาสระผมได้ไหม ไม่ได้ เพราะอยู่ในจุดที่ไม่เหมาะสม แล้วจะเอามาสระผมรือ เรโซนาโรลออนขจัดกลิ่นกาย ลองนึกดู เรโซนาเฟเชียลโฟม (Facial Foam) มีใครกล้าซื้อไหม

ภาพลักษณ์เฉพาะด้าน

ตรงกันข้าม บีโอเรเฟเชียลโฟม บีโอเรแชมพู บีโอเรโลชันเทียบดูกับ ดูเร็กซ์เฟเชียลโฟม แลคตาซิดเฟเชียลโฟม จะเห็นว่านี่คือศาสตร์ จะมีจุดที่บนลงล่างได้ แต่ล่างขึ้นบนอาจจะลำบากหน่อย สังเกตไหม หลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่างที่อยู่รอบตัวเราจะกลายพันธุ์ออกไปเรื่อยๆ อย่างเช่นโรงแรมของสายการบินแอร์เอเชียกลายพันธุ์เป็นโรงแรมทูน บายแอร์เอเชีย (Tune by Air Asia)

มีหลักการกลายพันธุ์อย่างไร

แก่นของแบรนด์เป็นตัวกำหนด ถ้าแก่นของแบรนด์เป็นนักรบ สิ่งที่จะไปต่อของแบรนด์น่าจะต้องเป็นนักรบ ถ้าแก่นของแบรนด์เป็นนักรบ แต่สิ่งที่จะไปกลับเป็นเรื่องสวยงาม มันไปไม่ได้แก่นของแบรนด์จะต้องชัดเจน จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นในการกำหนดกรอบและระยะทางในการเดินทางของแบรนด์ว่าจะไปได้แค่ไหน

การขยายแบนรด์ต่อไป เราต้องเข้าใจในหลักของเราด้วย

น้ำปลาเมก้าเชฟจะไปซอสมะเขือเทศได้ไหม คำตอบคือได้เพราะยังเป็นซอสอยู่ แต่จะเป็นข้าวได้ไหม ไม่ได้แล้ว เพราะแก่นของเมก้าเชฟคือเครื่องปรุง คือเสน่ห์ การเติมแต่งเสน่ห์ แต่ข้าวไม่ใช่ ข้าวคืออิ่ม เสน่ห์เราเรียกว่าเป็นสีน้ำที่โดนวาดบนกระดาษขาวผืนหนึ่ง ข้าวคือกระดาษขาว เอากระดาษมา แต่กินข้าวเปล่าๆ ไม่อร่อย ต้องการสีน้ำมาละเลงให้กระดาษแผ่นนั้นมีสีสันและเรื่องราวแก่นโดนกำหนดจากจิตวิญญาณ อะไรหลายๆอย่าง จะมั่วไม่ได้

หลายคนอยู่ดีๆ ก็ตู้มขยายกลายพันธุ์เลย

ตายแล้ว

ทำไมคุณกล้าแบบนี้

What is the principle of mutation? The core of the brand determines If the core of the brand is a warrior Things to go on the brand should be a warrior. If the core of the brand is a warrior But what goes back is beautiful It is not clear that the brand must be clear. Will make everything easier to determine the frame and distance of travel of the brand, how to go Further expansion We must also understand our core. Will the Mega Chef fish sauce go to tomato sauce? The answer is because it’s still a sauce. But can it not be rice, because the essence of Mega Chef is the flavoring, charm and charm But rice is not rice, is full of charm, we call it a watercolor that is painted on a piece of white paper The rice is white paper, but the paper is not eaten. It is not delicious. Need water color to smear the paper with the colors and stories that are determined by the spirit. So many things can’t be Many people are good Then the mutated expansion cabinet Dead Why do you dare like this

ตอนที่15

ขอบคุณรูปภาพ : google.com แนะนำติชม : bamboo-network.com

ตอนที่14 แบรนด์ที่ดีจะต้อง ทำให้คนอยากเลียนแบบเรา

ตอนที่14

ตอนที่14

หลายคนมักบอกว่า

ทำดีแล้วกลัวคนมาเลียนแบบ

อยากให้ลองคิดดูใหม่

ถ้ามีคนมาลอกเลียนเรา แสดงว่าเราเจ๋ง โดยเฉพาะประเทศ จีนชอบเลียนแบบแบรนด์ที่ดีที่สุด ไม่ลอกเลียนแบรนด์ไม่มีชื่อ ยกตัวอย่างนาฬิกาโรเล็กซ์ 2 เรือนนี้ แยกแทบไม่ออก บอกอย่างไม่อาย ผมก็มีเรือนหนึ่ง ทางขวาราคาประมาณ 1,200 บาท ผมเองไปเที่ยวก็ซื้อติดมาเรือนหนึ่ง คล้ายกันมาก ทําไมต้องโรเล็กซ์ เพราะโรเล็กซ์สุดยอด ถามว่าบริษัทโรเล็กซ์กลัวไหม ผมว่า เขาไม่กลัวนะ จริงอยู่ เขาคงไม่อยากให้คนมาลอกเลียน แต่ลึกๆ ผมเชื่อว่า ถ้าผมเป็นเจ้าของโรเล็กซ์ ผมก็ดีใจถ้ามีคนมาเลียนแบบอะไรผม เช่น ในสิ่งต่างๆ ที่ผมทำ ผมมีความสุข แสดงว่าเรามีดี แต่ถ้าไม่มีใครมาลอกเลียนแบบผม แสดงว่าเราไม่มีอะไรดีให้เขาทำตาม มีแต่คนเลียนแบบหลุยส์ วิตตอง ทำไมไม่มีคนเลียนแบบ แบรนด์กระเป๋าหนังของคนไทย ฉันใดก็ฉันนั้น จิตเป็นของเรา กายไม่ใช่ของเรา กายจะโดนเปลี่ยนไป ผมไปดูรูปเก่าๆ โอ้ ตัวเอง ก็หล่อเหมือนกันนะ แต่วันนี้ไม่ไหวแล้ว อายุมากขึ้น ผมจะมีหลักการของผม มนุษย์ทุกคนจะมีหลักการ แบรนด์ ก็น่าจะมีหลักการของตัวเอง โดนลอกได้แต่เอาไปไม่หมด เพราะ คนที่ลอกลืมไปว่า แก่น เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ตัวตน จิตวิญญาณ ของเราคืออะไร การเลียนแบบมันคือการดึงกายออกไป ยกตัวอย่าง ถ้าผมจะแต่งตัวแบบณเดชน์ คงดูตลกมาก ผมจะเอาณเดชน์มาได้ไหม ได้แค่กาย แต่มันไม่ใช่ผม เอา จิตวิญญาณของณเดชน์มาไม่ได้ เพราะผมเป็นผู้ใหญ่แล้ว โครงสร้างร่างกายก็อย่างนี้แล้ว มันไม่ใช่ณเดชน์ หุ่นก็ไม่เหมือนกัน ฉันใดก็ฉันนั้น เราต้องให้คนมาลอกเลียน เพราะเราจะได้พัฒนาตัวเอง เพื่อหนีไปให้ไกล ถ้าไม่มีคนลอกเลียนแบบ เราจะไม่ระวังตัว การที่เราหันไป ข้างหลังแบบระวัง ทำให้เรามีความรอบคอบ ธรรมชาติสร้างมนุษย์ ให้ทุกอย่างในร่างกายไปข้างหน้า ตาให้มองไปข้างหน้า ขาให้เดินไปข้างหน้า แต่เมื่อใดก็ตามที่เราฝืนหลักธรรมชาติ ถ้าหัวต้องคอยมา ข้างหลัง เราจะมั่นคง รอบคอบ ละเอียดมากขึ้น เราจะหันมามอง นี่คือหลักการที่ว่าให้คนลอกเลียนแบบเถอะ ไม่ต้องห่วง ลอกก็ลอก ไป ลอกได้แค่กายเท่านั้น ลุง บุญช่วย ต้นตําหรับฉายา โกฮับ” ลองดูตัวอย่างนี้ นี่คือตัวจริงเสียงจริง เจ้าเก่าคือ ลุงบุญช่วย ต้นตำรับฉายาโกฮับ ทุกคนคงเคยได้ยินก๋วยเตี๋ยวเรือโกฮับ ของดี เมืองปทุมธานี เจ้าเก่า ก๋วยเตี๋ยวเรือ โกฮับรังสิต ผมคิดว่า ถ้าผมเป็นคุณลุงบุญช่วยคนนี้ ผมมีความสุขนะ ถ้าไม่มีใครเลียนแบบ แสดงว่าผมมีปัญหา แสดงว่าก๋วยเตี๋ยวประเภทนี้ไม่มีคนอยากกิน พอโดนลอกเลียนออกไปเรื่อยๆ เป็นหลานโกฮับเจ้าเก่า อันนี้ของปลอม คนลอกเก่งต้องชม โกฮับ ไม่ได้ ก็เป็นหลานโกฮับ ผิดไหม ก็ไม่ผิด อาจไม่ได้เป็นหลานจริง แต่ผมชื่อ “หลาน”

คุณหญิง

คุณชาย

คุณหมอ

เหมือนกับคุณชายที่ชื่อชาย ผมเรียก คุณชาย คุณชาย จน หลายคนนึกว่าเขาเป็นคุณชายในวัง มีคนหนึ่งชื่อหมอ เราเรียกเขา คุณหมอ คุณหมอ ไปถามเขาว่าไม่ทราบจบหมออะไรมา เขาตอบ ผมว่าชื่อเล่นชื่อหมอ ผมเลยคิดว่า ถ้าผมย้อนอดีตไปได้ จะตั้งชื่อ ลูกว่าหญิงกับชาย คนจะได้เรียกคุณหญิง คุณชาย แล้วผมจะทง ชื่อตัวเองว่าท่าน คุณท่าน คงตลกดี การที่มีคนมาลอกเลียนแบบ คนที่ลอกเลียนก็เป็นคน การันตีว่าตลาดฉันยังดีอยู่ ยังใหญ่อยู่ แต่ถ้าไม่มีคนลอก ว่าตลาดคงเริ่มวาย ยอดขายโกฮับตกไหม โดนลอกแบบนี้ ไม่สะท้านสะเทือนเลย ในมุมกลับกัน การลอกเลียนแบบ เป็นการสร้างตลาดให้ เห็น ดังที่เราเห็นตัวอย่าง โกฮับเจ้าเก่ากว่า โกฮับอาจจะสะกด ในสับอีกแบบหนึ่ง เป็น ห.หีบ อะไรก็แล้วแต่ คือพยายาม สะกดให้เหมือนฮับให้ได้ บางที่ก็ “เจ้าเก่ากว่า” บางทีก็เป็น โกฮับ เจ้าเก่าแต่วงเล็บว่านครปฐม ก็ฉันชื่อโกฮับเหมือนกัน แต่อยู่ นครปฐมนะ ไม่ได้ไปยุ่งที่ปทุมธานี เช่นเดียวกัน เจ๊กเม้งก๋วยเตี๋ยวเนื้อต้นตำรับ ก็โดนเลียน แบบ สิ่งที่เป็นต้นตำรับต้องเป็นของที่ดี ก๋วยเตี๋ยวหมูตำรับจันทบุรี ต้นตำหรับก็มีคนเลียนแบบเขาเยอะแยะ ชายสี่หมี่เกี้ยว ก็จะมีหญิงสี่หมี่เตี๋ยว แสดงว่าแบรนด์ของคุณสำเร็จแล้ว มีคนเลียนแบบ เหมือนกับสตาร์บัคส์ มีบัคสตาร์ แสดงว่าคุณมีพลัง บทสรุปคืออะไร จิตเป็นของเรา กายไม่ใช่ของเรา อย่ากลัวที่คนอื่นทำตาม เพราะเขาได้ทำให้อุตสาหกรรมใหญ่ขึ้น หลายคนมีคำถามว่า ยอดขายจะตกไหม ความจริงนอกจาก จะไม่ตกแล้ว ตลาดจะใหญ่ขึ้นด้วย ตลาดชาเขียวในปี 2545 เป็น เงินรวม 900 ล้านบาท ถ้าไม่เกิดการแข่งขัน คงไม่ขยายถึง 15,000 ล้านบาทในปี 2557 ผมไม่ได้บอกว่า การลอกเลียนแบบเป็นสิ่งดี แต่หมายถึงทุกคนโดดมาเล่นในตลาดกันหมด ทุกคนอยากเป็น ชาเขียวต้นตำรับจากญี่ปุ่น ถ้ามีคนอยากลอกเลียนแบบเราก็แสดงว่า หนึ่ง เรามีของดี สอง ลูกค้านิยมชื่นชอบสินค้าเรา สาม ตลาดยอมรับสินค้าเรา และสี่ เราเป็นตัวแทนของความสำเร็จนั้นๆ เพื่อให้ทุกคนได้เจริญรอยตาม เป็นการแผ่กุศลให้คนอื่น ได้รับบุญกุศลนี้ด้วย ร่วมกันรวย ร่วมกันอยู่ ร่วมกันทำมาหากิน อีกกลยุทธ์หนึ่งคือการดึงคู่แข่งมาเป็นพันธมิตร แทนที่จะ รวยกันแบบต่างคนต่างรวย ทำไมคุณไม่ไปยึดพื้นที่ตรงนั้น ส่วนผม จะยึดพื้นที่ตรงนี้ เรามาใช้แบรนด์เดียวกัน เกิดระบบแฟรนไชส์ขึ้น ระบบนี้คือการฆ่าตัดตอนการลอกเลียนแบบ ทำเป็นแฟรนไชส์ เสียเลยดีกว่า แฟรนไชส์เป็นการตัดตอนทำให้มันเป็นระบบ อยากได้ชื่อใช่ไหม ก็ซื้อแฟรนไชส์ผมไปสิ อยากได้ฮอกไกโดมิลค์ใช่ไหม ก็ซื้อแฟรนไชส์สิ อยากได้ชายสี่หมี่เกี๊ยว ก็ซื้อแฟรนไชส์ไปสิ

ตอนที่14

ขอบคุณรูปภาพ : google.com แนะนำติชม : bamboo-network.com

ตอนที่13 แบรนด์ที่ดีจะต้อง สม่ำเสมอ เสมอต้นเสมอปลาย

ตอนที่13

ตอนที่13

สม่ำเสมอ เสมอต้นเสมอปลาย

แปลว่าอะไร

ผมใช้คำว่า อย่าดีแตก

อย่าดีแตก อย่าตกม้าตาย ยกตัวอย่างเพื่อนๆ หลายคนที่ เขามีความรัก ผมมักจะคอยเตือนว่า รักน้อยๆ ดีกว่า แต่รักกัน นานๆ ไม่ต้องทุ่มกันจนหมดตัว เพื่อให้ได้เขามาเป็นคู่รัก ความเสมอต้นเสมอปลาย ความสม่ำเสมอจะต้องอยู่บนพื้นฐานของอะไร บ้าง

คุณภาพ

คุณภาพสินค้าที่เสมอต้นเสมอปลาย ตอนเริ่มธุรกิจ ตอนที่คุณลำบาก ตอนที่อยากจะขายของ อะไรก็ยอมเต็มที่ ลูกชิ้นให้ไป 5 ลูกโตๆ กระเทียมให้ไม่อั้น อยากได้อะไรให้เต็มที่ แต่พอเวลาผ่านไปเริ่มขายดี ลูกค้ามากขึ้น เริ่มลืมอดีตที่เคยลำบาก เริ่มเหวี่ยงใส่ลูกค้า เริ่มหงุดหงิด เจ้ายศเจ้าอย่าง ทำมั่วๆ ผ่านๆ ไปให้มันจบ เพราะคิดว่าลูกค้าติดเราแล้ว รู้ไหมว่าคุณกำลังจับลูกค้าเป็นตัวประกัน เพราะคุณเริ่มย้อมแมว ไม่เอาใจใส่ โดยใช้คำว่า “ช่างหัวมันเถอะ เดี๋ยวก็ซื้ออยู่ดี”

เสมอต้นเสมอปลายกับลูกค้าทุกประเภท

การบริการต้องเสมอต้นเสมอปลายกับทุกประเภทของลูกค้า  ไม่ว่าจะรวยจะปานกลาง รายได้น้อยหรือจน จะเป็นหญิง หรือ ชาย เป็นเด็กวัยรุ่น ผู้ใหญ่ สูงวัย จะเชื้อชาติอะไรก็ตามหลายคนไม่อยากให้บริการคนอินเดียหรือคนจีน เรื่องนี้เกิดขึ้นบน สายการบินแห่งหนึ่ง จากเพื่อนที่มีน้องสาวเป็นพนักงานต้อนรับ บนเครื่องบิน คนอินเดียคนหนึ่งเรียกพนักงานต้อนรับ เธอก็พยายาม ปฏิเสธด้วยกิริยาท่าทางไม่อยากเข้ามาให้บริการ ปฏิบัติตัวไม่ดีต่อ ชาวอินเดียคนนี้ จนกระทั่งคนอินเดียคนนี้น้อยเนื้อต่ำใจ แล้วก็เรียกพนักงานคนนี้เข้ามาใกล้แล้วบอกว่า

อย่ามองผมเป็นคนอินเดียได้ไหมครับ

นี่คือปัญหาในธุรกิจบริการ ถ้าคุณจะเข้ามาในธุรกิจ ต้องมองทุกคนให้เป็นลูกค้าเหมือนกันหมด เหมือนหน้าผากพวกเขาสัก ไว้ว่า “คนจ่ายเงินเดือนเรา” เขาจะต้องไม่มีเพศ ผิว ศาสนาใด ทั้งสิ้น ผมเจอมุสลิมหรือชาติใดก็แล้วแต่ เวลาผมนั่งกินข้าวกับ พวกเขา จะมีความสุขมาก เขาก็เป็นคน เวลาเขาคุยกับผม ก็สนุกสนาน เป็นคนธรรมดา บางครั้งเราเห็นคนแบ่งผิวกัน ผมเองก็ไม่เข้าใจ พอเจอฝรั่ง หลายๆ คนจะรีบปรี่ไปบริการทั้งๆ ที่ฝรั่งไม่ค่อยทิป

ฝรั่งทิปน้อยมาก แต่พวกเราคนไทยทิปหนัก

ลองมองทุกคนเป็นพ่อเป็นแม่เป็นพี่เป็นน้อง เป็นลูกคุณ เราเป็นญาติกันมาแต่ชาติปางก่อน 20,000 ชาติที่แล้ว เราเจอกัน 5 นาทีในชาตินี้ เรากินข้าว เราเลือกข้าวได้ไหม ไม่มีสิทธิ์ครับ เพราะเมล็ดข้าวเป็นมวลมหาเมล็ดข้าว เยอะจนเราเลือกไม่ได้ แต่ ทำให้เราอิ่มท้องได้ ถ้าผมมัวแต่เลือกที่ละเม็ดๆ เย็นนี้ก็ไม่ได้กิน คุณจะรู้สึกอย่างไรถ้ามีคนมาเหวี่ยงใส่พวกคุณเข้า ผู้ประกอบ การทั้งหลายที่ใส่อารมณ์กับคุณ ถ้าไม่รักงานบริการก็ควรไปหางาน อื่นทํา งานที่ไม่ต้องเจอคน อย่าหลอกตัวเอง ผมไปเจอพนักงาน คนหนึ่งตอนไปโรงพยาบาล

ได้ครับพี่ ผมจัดให้

ผมไม่ได้ถือสาคนมาเรียกผมพี่ คุณเรียกผมว่าท่านหรือ อะไร ผมก็ไม่สนใจ เพียงคุณจริงใจกับผมแค่ไหนที่มาให้บริการ ความเป็นจริง หลายคนคิดว่า การทำธุรกิจในปัจจุบัน ไม่ใช่ธุรการ ให้บริการแต่อย่างใด หากเป็นยุคสมัยก่อนอาจจะใช่ แต่ในปัจจุบัน ทุกวันนี้ การทำธุรกิจถือว่าเป็นการบริการทั้งหมด

ในหลวงท่านบริการเราไหม

ยกตัวอย่างถุงยังชีพพระราชทาน ท่านต้องบริการถึงที่เลย สมัยที่พระองค์ท่านทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง พระองค์เสด็จ พระราชดำเนินมาเอง ดูแลพสกนิกรของพระองค์ถึงที่ พระราชทาน ถุงยังชีพมาให้เรา น้ำท่วมว่าหนัก พระองค์ก็ทรงงานช่วยเหลือ ยกตัวอย่างที่คลองลัดโพธิ์ ช่วยประชาชนได้เยอะมาก ผู้ประกอบการอาจตอบว่า ผมไม่ได้อยู่ในธุรกิจบริการ ผมจะไปดูแลลูกค้าให้เสียเวลาทำไม มีสินค้าดีก็จบแล้ว นั้นน่าจะคิด ใหม่ เพราะทุกธุรกิจเป็นเรื่องบริการหมด

อาชีพหมอ แน่นอน บริการ

เป็นกุ๊ก จะบอกว่าผมไม่เกี่ยว ผมทำของอร่อยก็จบแล้ว ถ้า อย่างนั้นถามว่า แล้วคุณไม่ต้องผัดหรือ ไม่ต้องทอด ปิ้ง ย่าง แล้ว เสิร์ฟให้เขาหรือ อาจารย์สรณ์ครับ ผมอยู่ต้นน้ำ เป็นโรงงาน แล้วคุณไม่ต้อง ส่งให้เขาหรือ ทุกวันนี้ธุรกิจบนโลกใบนี้เกี่ยวกับการบริการ สมัยก่อนเป็น ทฤษฎีว่าแค่ 80 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จะมีอีก 20 เปอร์เซ็นต์ที่สมัยก่อน เขาไม่ยอมรับ พวกหมอ วิศวกร เขาบอกว่าไม่ใช่งานบริการ แต่ผมเถียงหัวชนฝาเลยว่าใช่

BURGER KING-WHOPPER FREAKOUT

มีกรณีศึกษาของเบอร์เกอร์คิง เป็นเรื่องที่เกิดในปี 2008 เป็นกรณีศึกษาที่ได้รับรางวัลของโลก เบอร์เกอร์คิงเขาไม่แน่ใจใน ความเสมอต้นเสมอปลายของเขาว่ามันจริงหรือเปล่า เขาเลยออก กุศโลบายว่า วันนี้ไม่มีเบอร์เกอร์คิง รุ่น WHOPPER ขาย เขาจะ ให้พนักงานบอกกับลูกค้าเมื่อมีคนเข้ามาถามว่า

ขอซื้อ WHOPPER หน่อย ไม่ขาย…

ขอซื้อ WHOPPER หน่อย ไม่ขาย…

ขอซื้อ WHOPPER หน่อย ไม่ขาย…

สุดท้ายก็มาเฉลย ขอบพระคุณที่ยังรักกันอยู่ คนที่รับรู้ ข่าวสารไม่มี WHOPPER ขาย ก็ถามว่าทําไมไม่มี WHOPPER ขาย ไม่ต้องไปคิดต่อเลยว่าเขารักเราจริงไหม เพราะเขาโกรธ เช่นกัน ถ้ามีอะไรที่ผมรัก แล้วหายไปจากตลาด ผมโกรธนะ

ตอนที่13

ขอบคุณรูปภาพ : google.com แนะนำติชม : bamboo-network.com

ตอนที่12 แบรนด์ที่ดีจะต้อง ตรงไปตรงมา ง่ายๆไม่ซับซ้อน

ตอนที่12

ตอนที่12

แบรนดืที่ประสบความสำเร็จจะต้องเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน

สินค้าหรือบริการต้องเข้าถึงคนทั่วไปได้ฃ่ายๆ ไม่ใช่ว่าลูกค้าต้องคลานเข้าไปหา แบรนด์ต้องนอบน้อมถ่อมตน ตรงไปตรงมาง่ายๆไม่ซับซ้อน

MERCEDES – BENZ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ใช้กฎข้อนี้อย่างไร กฎข้อนี้ใช้กับเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้คือ ความตรงไปตรงมา กับผู้บริโภคของเขาว่า เขาแพง ต้องรอ แต่คุณภาพเยี่ยม คนที่เป็น เจ้าของมีหน้ามีตา มีระดับในสังคมแน่นอน แบรนด์ที่ดีในโลกนี้เขาตรงไปตรงมาทั้งหมด เช่น หลุยส์ วิตตอง คนจนไม่ต้องเข้ามา ถึง เขาไม่ได้พูด แต่ทำให้เรารู้สึกได้ ถ้าจะเข้าร้านต้องเข้าคิวในกรณีที่ ยังมีลูกค้าเดินดูสินค้าอยู่ในร้าน เข้า 10 ออก 10 อะไรทำนองนั้น ตรงไปตรงมา ถ้าพูดภาษาชาวบ้านก็อย่าเสนอหน้าเข้ามานะ ถ้าไม่มี เงิน เขาตรงไปตรงมากับเรา เขียนไว้ชัดเจน “ต้อนรับสุภาพชน” โรงแรมโอเรียนเต็ล ห้ามใส่รองเท้าแตะ กางเกงขาสั้น และผู้ชาย ห้ามใส่เสื้อกล้าม ตรงไปตรงมา อย่างแอร์เมส (Hermes) เขาบอกเลย รอไหวไหม ถ้ารอ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร มีข้อแม้ว่า ถ้าคุณหิ้วไปซื้อของที่คลองเตย เขาเอา กลับ คุณจะหิ้วไปซื้อของที่โบ้เบ้ หรืออะไรทำนองดังกล่าวไม่ได้ ถ้าคุณใช้แซ่ใช้นามสกุลที่ไม่ใช่ตระกูลใหญ่ๆ โตๆ ห้ามนะ เขาพูดตรง ถ้าคุณเป็นแค่อาซ้อ อาเจ้ เขาไม่ขาย แบรนด์ที่ดี ต้องมีความตรงไปตรงมาในชั้นเชิงที่แตกต่าง กัน โรงแรมก็เช่นเดียวกัน หรูเลิศ 6 ดาว 7 ดาว เขาจะมีความสุข มากที่ไม่มีคนใส่รองเท้าแตะเดินเข้ามา

MK

RESTAURANTS

เอ็มเคก็ตรงไปตรงมา ราคาเท่ากันทั่วประเทศ ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ ราคาที่ห้างนี้ห้างนั้นหรือต่างจังหวัดเท่ากันหมด ปริมาณเท่ากันหมด กระทั่งบริกรก็ตัวสูงเท่ากัน น้ำจิ้มไม่เสียเงิน อยากจะเติมอีกก็ได้ ไม่เหมือนของบางที่ ถ้าต้องการน้ำจิ้มสเต๊ก เพิ่มอีก 20 บาท ค่าวาซาบิอีก 20 บาท นี่คือความตรงไปตรงมา จุดขายของ เอ็มเคคือ สุขภาพ ทั้งอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ จุดยืน วิสัยทัศน์ได้ ครบทุกอย่าง อีกตัวอย่างหนึ่ง ความตรงไปตรงมาของร้านอาหารในประเทศญี่ปุ่น ไม่มีเซอร์วิสชาร์จ ไม่บวกภาษี แต่จริงๆ เขารวมไว้ หมดแล้ว โดยที่เราไม่รู้สึก ประเทศไทย ที่สยามพารากอน ผมกิน อะไรก็กดทุกที ติ๊ด… ติ๊ด… ติ๊ด… บวก 10 บวก 7 บวกทุกอย่าง ความรู้สึกของมนุษย์ เป็นตัวกำหนดทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นตัวกำหนดแพ้หรือชนะในทางธุรกิจ ยกตัวอย่าง ผมไปญี่ปุ่นหลายครั้ง ผมมีความสุขครับ หน้าร้านติดรูปอาหารจำลอง (Mock Up) โซบะ 900 เยน เตรียมไว้เลย 900 เยน ชากินฟรี ไม่ต้องห่วง เพราะราคานั้นบวกไปเรียบร้อยแล้ว แต่บางที่ไม่ยอม นิดหน่อยก็เก็บ 10 บาท 15 บาท เป็นการทำร้ายความรู้สึกและจิตใจผู้บริโภค เพราะผู้บริโภคจะรู้สึกว่าแพง ศาสตร์ของการตลาดคือทำให้ผู้บริโภคชนะ แต่เราชนะกว่า บิลเก็บเงิน 438 บาท ไม่มีบวก ดูเหมือนเราชนะ แต่ลึกๆ แล้วเขาชนะเรา เพราะเขาได้จากเรา เมื่อเรากลับบ้าน เราจะพาคน มากินในครั้งต่อไป ผมยืนยัน ปีหนึ่งเราจะไปกินเอ็มเคไม่ต่ำกว่า 4 ครั้ง ผมจะให้ดูตัวอย่างหนึ่งซึ่งน่ากลัวมาก สายการบินต้นทุน ต่ำแบรนด์หนึ่ง หรือหลายๆ แบรนด์ที่เรารู้จักในประเทศ มีการ โปรโมตว่า ราคาตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ 500 บาท คน ก็ดีใจ ขอโทษที 500 บาทที่ประกาศ ยังไม่รวมภาษีน้ำมัน ค่า ธรรมเนียมสนามบิน ค่าประกันยังไม่ได้บวก รวมแล้วพันกว่าบาท คุณรู้สึกอย่างไรครับ ทฤษฎีดอกจัน อีกทฤษฎีหนึ่งที่ผมใช้ในทางตรงข้ามกับ ทฤษฎีตรงไป ตรงมา ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ผมเรียกว่า ทฤษฎีดอกจัน ผมเกลียดมาก ทฤษฎีดอกจันในหลายๆ ธุรกิจ อย่างโทรศัพท์มือถือแบบเติมเงิน ยี่ห้อหนึ่งประกาศว่า นาทีละ 25 สตางค์ แต่ดอกจันไว้ว่า โทรได้ระหว่างเที่ยงคืนถึงตี 5 อะไรกัน คนส่วนใหญ่จะโทรในช่วงเวลานั้นหรือ ผมหลับไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากคุณจะให้พนักงานรักษา ความปลอดภัยโทรศัพท์หากัน แล้วประเทศไทย พนักงานรักษา ความปลอดภัยจะมีเวลามานั่งโทรศัพท์หรือ เขาเองก็ต้องประหยัด จะโฆษณาแบบนี้ไปเพื่ออะไร ดอกเบี้ย 0% ในธุรกิจรถยนต์ ดอกจันเฉพาะ 4 เดือนแรก ฟรีดาวน์ ในรถยนต์ก็เช่นกัน ให้เงื่อนไขแบบฟรี ไม่ต้องดาวน์ แต่ ดอกเบี้ยแพงมาก ตรงนี้ฟรี แต่ไปเพิ่มตรงนั้น บัญชีเงินฝากประจำ 3 ปี สูงถึง 8% แต่ 8% เฉพาะใน 6 เดือนสุดท้าย เดือนแรกๆ0.5% ไล่ไปไล่มา เบ็ดเสร็จบวกลบคูณหารเท่ากับดอกเบี้ยเงินฝาก ปรกติ 2.3% แล้วทeแบบนี้ไปเพื่ออะไร เหมือนเขาจะหลอกล่อผู้บริโภค? การหลอกล่อนั้นเป็นสิ่งที่อยู่ได้สั้น ซาบซึ้งกินใจเป็นคำที่อยู่ ได้นานกว่า สู้ตรงไปตรงมาไม่ได้ ราคาตั๋วเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ 1,600 บาท เบ็ดเสร็จทุกอย่างเรียบร้อย ผมมีความสุข เพราะรู้ครบถ้วนแล้ว เช่นเดียวกัน ถ้าบอกว่าฝากประจำ 3 ปี ดอกเบี้ย 2.3% ก็จบ อย่าให้ผมโทรศัพท์ไปด่าคุณ คุณทำแบบนี้ ไปเพื่ออะไร ถ้าเรามองลึกๆ แล้ว คุณกำลังสร้างภาระให้คนที่อยู่หน้างาน “น้องมันเกิดอะไรขึ้น น้องหลอกพวกพี่นี่นา ทำไมไม่ตรงไป ตรงมา” แทนที่หน้างานจะรับแขกได้ 10 คน กลับรับได้แค่คนเดียว ลูกดาจนหน้าชา กฎแห่งกรรมตามมาหาคุณ เพราะเวลาถูกดา คนเราจะหน้าบึ้ง ลูกค้ารายต่อไปด่าซ้ำต่อ “ทำไมบริการไม่ดี” ลูกค้า คนที่ 3 มา หน้ายิ่งหงิกกว่าเก่า ก็โดนด่าเพิ่ม “ทำไมแกไม่พูดดีๆ กับฉัน ทำไมเธอมีปฏิกิริยาแบบนี้กับลูกค้า”

ผู้บริโภคไม่สนใจว่า วินาทีก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น

เขาสนใจอย่างเดียวว่า เราคุยอะไรกันอยู่

ผมไม่สนใจว่า บ้านคุณเป็นอย่างไร

แฟนคุณทำอะไรกับคุณ

คุณกำลังมีปัญหาชีวิตอะไร

ผมต่างหากที่กำลังคุยกับคุณอยู่

นี่เป็นเพราะเราไม่ตรงไปตรงมากับเขาตั้งแต่แรก

 

ตอนที่12

ขอบคุณรูปภาพ : google.com แนะนำติชม : bamboo-network.com

ตอนที่11 แบรนด์ที่ดีจะต้อง มีเอกลักษณ์และบุคลิกเฉพาะตัว

ตอนที่11

ตอนที่11 เอกลักษณ์และบุคลิกคืออะไร Mercedes-Benz            HSC270 เมอร์เซเดส-เบนซ์ รถหรูมีระดับ สำหรับคนมีอันจะกิน บีเอ็มดับเบิลยู รถหรูมีระดับ สำหรับ คนชอบความปราดเปรียว เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอกลักษณ์ บุคลิก จุดยืน คือ รถหรู มีระดับ สำหรับคนมีอันจะกิน บีเอ็มดับเบิลยู จะมีความเหมือนกัน ในประเด็น รถหรูมีระดับ แต่สำหรับคนชอบปราดเปรียว กฎแห่งแรงดึงดูด ทำไมเราชื่นชมสิ่งแบบนี้ ทำไมลึกๆ ของความคิด เรารู้สึก ต่อต้านคนพวกนั้น เพราะว่าเราเป็นคนธรรมดา มีความรัก โกรธ โลภ หลงรถทั้ง 2 ยี่ห้อมาจากประเทศเยอรมนี้เหมือนกัน สตุ๊ตการ์ตกับ มิวนิค เป็นเมืองในประเทศเดียวกัน แต่ทำไมต่างกันโดยสิ้นเชิง ก็ พราะว่าเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นสิ่งที่เราต้องการในการทำแบรนด์ ตัวตน จริต จิตวิญญาณของสิ่งใดเป็นอย่างไร จะเป็นตัวกำหนดให้ได้กลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน MOTOR HARLEY-DAVIDSON ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน สำหรับคนรักอิสระเสรี B M W บีเอ็มดับเบิลยู สำหรับคนรักความแรง ลองศึกษากรณี ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน เป็นมอเตอร์ไซค์สำหรับ คนรักอิสระเสรี บีเอ็มดับเบิลยู นั้นสำหรับคนรักความแรง เพราะ บีเอ็มดับเบิลยูสร้างขึ้นมาบนพื้นฐานของความมีประสิทธิภาพสูงสุด หรือในที่นี้คือความเร็วและแรงนั่นเอง (Performance) จะเห็นว่า คนขี่ฮาร์เล่ย์ไม่เน้นความเร็ว เราจะไม่เห็นฮาร์เล่ย์แข่งในสนาม กรังด์ปรีซ์ มีแต่บีเอ็มดับเบิลยู คาวาซากิ ซูซูกิ ฮอนด้า ถ้าเป็นฮาร์เล่ย์ จะได้ยินแต่เสียงเครื่องที่หนักแน่น และความเท่มีเสน่ห์ของผู้ขับขี่ ที่อยู่ในชุดหนังสีดำ นี่คือเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่แตกต่างกัน เอกลักษณ์เป็นเรื่องสำคัญมาก ผู้ประกอบการต้องคอยฝัง ลงไปให้ได้ เพราะจะไม่มีวันเกิดทันทีทันใดในวันนี้หรือพรุ่งนี้ แต่จะเกิดขึ้นในอนาคต ถ้าคุณตั้งใจฝังลงไป หลักการในการฝังเอกลักษณ์ เป็นกฎธรรมชาติ คู่แข่งเดินไปทางไหน จงหาอีกเส้นทาง หนึ่งให้เจอ เพราะถ้าเดินไป เดี๋ยวเขาตดเราก็ได้กลิ่น เราต้องเดิน ไปตามทางของเรา ให้เขาได้กลิ่นตดเราบ้าง กฎข้อแรกของการทำเอกลักษณ์ หรืออัตลักษณ์ให้โดดเด่น คือการไปหาช่องว่างของเราเองให้เจอ อยากให้เราลองย้อนถามตัวเราเองว่า วิสัยทัศน์ของแบรนด์ จากนี้ไป 5 ปี 10 ปี คุณภาวนาให้ตัวเองเป็นอย่างไร เหมือนผม เมื่อตอนเป็นเด็ก จำได้ว่าอยากเป็นนักบิน ผมอยากขับเครื่องบิน แต่ภาวนาของผมไม่สำเร็จ ระหว่างทางผมเปลี่ยนภาวนาเสียก่อน เหตุผลเพราะหลังจากได้เรียน ผมรู้สึกว่าชีวิตไม่มีอะไรยาก เลย ขับเครื่องบินก็คือขับเครื่องบิน มันเล่นไม่ได้ ให้ผู้โดยสารรัด เข็มขัด เดี๋ยวจะควงให้ดู เดี๋ยวจะดิ่ง 90 องศา ทำให้เกิดภาวะไร้ แรงโน้มถ่วงในเครื่อง ทำอย่างนั้นไม่ได้ ทุกอย่างเป็นกฎ สนามบิน ต้องดูเลขเครื่องบินขึ้นลง ถ้าดูตัวเลขรันเวย์ผิด จะไปลงผิดรันเวย์ เขา จะต้องทวนกันตลอด ผมไม่สามารถพูดว่า “เอ้ย! ภาคพื้นดินห้ามพูด เดียวจะเอาเครื่องลงเอง” เมื่อเป็นเช่นนั้น ความภูมิใจก็ไม่เกิดขึ้น เพราะมีตัวช่วยเยอะมาก GPS หอคอย ศูนย์กลางการบิน ทุกอย่าง เราได้ใช้ความสามารถของเราในระดับหนึ่ง ส่วนที่เหลือเราต้อง อาศัยคนอื่น ภาวนาผมจึงสูญไป ผู้ประกอบการต้องแน่ใจว่า ชีวิตคุณจะวางไว้อย่างไรนั่นคือการฝังตัวตน ผมวางแผนชีวิตแล้ว จากนั้นก็ไปฝังตัวตนในการเป็นนัก กลยุทธ์ นักสร้างแบรนด์ นักการตลาด เหมือนกับผู้ประกอบการ ต้องไปคิดว่า ถ้าคุณจะต้องทำบีเอ็มดับเบิลยู คุณจะใช้เสียง เครื่องยนต์หนักแน่นไหม ซึ่งไม่น่าจะได้ เพราะเอกลักษณ์นี้ฮาร์เล่ย์ ใช้ไปแล้ว คุณต้องทำในสิ่งที่ยังไม่มี มอเตอร์ไซค์ก็ต้องสร้างจุดยืนที่ ความแรง จนกระทั่งรถมอเตอร์ไซค์ตำรวจทั่วโลกใช้บีเอ็มดับเบิลยู เพราะเครื่องยนต์แรงใช้ไล่จับผู้ร้ายได้ กลุ่มเป้าหมายจะเป็นตัวกำหนด ว่าตัวเขาเป็นอะไร อย่าง รถเบนซ์คันหนึ่งราคาหลายล้านบาท ด้วยความหรูหรามีระดับ คง ไม่ไปแนะนำผู้หญิงน่ารักให้มาใช้ ให้ไปขับรถมินิคูเปอร์จะดูดีกว่าดังนั้น เราต้องไปเน้นขายกลุ่มผู้ใหญ่ เป้าหมายเป็นตัวกำหนด ภาวนาเป็นตัวสั่ง กลุ่มเป้าหมายเป็นตัวบังคับให้เราเดินไปสู่จุดหมายนั้น ภาวนาต้องไม่ขัดกับสิ่งที่เราเป็น ยกตัวอย่างเช่น รถเบนซ์ ถ้าเกิดจะทำรถสำหรับขับสนุกจิดจ้าด แต่โครงสร้างใหญ่มาก คง เป็นไปไม่ได้ มินิคูเปอร์ก็เช่นเดียวกัน โฉบเฉียว มีระดับ มินิฯ ก็ ทำไม่ได้ เอกลักษณ์ของมินิคูเปอร์คือ สนุก สบายๆ มีสไตล์แบบคุณ เช่นเดียวกับสินค้าประเภทสบู่ ทำไม ลักส์ (Lux) จึงเป็น ซินเดอเรล่า ดาราทั่วโลกยอมรับในความงาม โพรเทคส์ (Pro ฆ่าแบคทีเรียให้ได้ผลเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เป็นแกลดิเอเตร (Gladiator) เรามักจะผูกจริตกับตัวการ์ตูน เพราะตัวการ์ตูนเป็น ภาษาสากล ตัวการ์ตูนเป็นภาษาสากลที่ทุกคนรู้จัก ถ้าพูดถึงซินเดอเรล่า สโนว์ไวท์ ปีเตอร์แพน เชร็ค ทุกคน รู้จัก แต่ถ้าพูดถึง ณเดชน์ งง ใครน่ะ อัม พัชราภา ต่างประเทศก็งง ผู้หญิงคนนี้ใคร ดังนั้น เรามักจะใช้จริตหรือจุดยืนเป็นตัวการ์ตูน ถ้าไม่สร้างลักส์ให้มีจุดยืน ไม่มีอัตลักษณ์ ไม่โดดเด่น แล้วจะซื้อ ลักส์เพื่ออะไร ถ้าคุณเป็นคนที่สนใจความงาม ใช้ลักส์ แต่ถ้าคุณ เตะบอลเหงื่อออกเยอะหรือขี่จักรยาน ก็ต้องใช้โพรเทคส์จัดการ เชื้อแบคทีเรีย เพราะว่าเหงื่อเยอะมาก อารมณ์ในการเลือกซื้อ อารมณ์ของเรามาจากเสน่ห์ต้นทุนที่ปล่อยออกมา กลิ่นอาย ที่ปล่อยออกมาจากลักส์เป็นความเย้ายวน สวย หรือกลิ่นอายของ โพรเทคส์ออกมาเป็นการฆ่า ขจัด กำจัด เขาจะส่งจิตวิญญาณพวกน ให้คล้ายจะลอยออกมา เข้ามาฝังในตัวตนของเรา ให้เรามองเขา แบบนั้น แต่ก็ต้องสร้างออกมาโดยใช้วิธีที่สอดคล้องกันด้วย ไม่ใช่โพเทคส์ ให้ผู้หญิงสวยๆ ออกมาพูดแบบนางงาม “โพรเทคส์นะคะ สะอาดนะคะ” สู้เขาไม่ได้แน่ ต้องดุดันกว่านี้ เสียงที่พูดต้องใช้ให้เหมาะสม คนแสดงที่เป็นผู้ชายก็ไปโฆษณาลักส์ไม่ได้ เสียงที่พูด ก็ต้องออกแนวเซ็กซี่ เพราะฉะนั้น ทุกอย่างถูกสร้างไว้หมด จุดเล็ก แอบซ่อนไว้ เพื่อส่งสัญญาณนั้นออกมาแล้วกระชากความคิดเรากลับเข้าไป IMAGE    IDENTITY หลายๆ คนจะเข้าใจผิด เอกลักษณ์กับภาพลักษณ์ มีความ ต่างที่ไม่เหมือนกัน เอกลักษณ์คือสิ่งที่คุณต้องการส่งออกไปให้กับ ผู้บริโภคส่วนภาพลักษณ์คือสิ่งที่ผู้บริโภคมองกลับมายังสินค้าของคุณ Air Asia ตัวอย่าง แอร์เอเชีย นี่คือเอกลักษณ์ ตั๋วเครื่องบินราคาถูก ไม่มีการจองที่นั่ง ถ้าจะจองก็เสียเงินเพิ่ม ไม่มีอาหารบริการ จะกิน ต้องซื้อ ไม่มีหนังสือพิมพ์ ไม่มีนิตยสาร หมอนก็ไม่มี เส้นทาง การบินครอบคลุมจังหวัดใหญ่ๆ ทั่วประเทศ เมืองสำคัญในประเทศ ใกล้เคียง ส่วนภาพลักษณ์คือ สายการบินที่ใครๆ ก็บินได้ อันนี้แหละ หลายๆ คนสับสนอยู่ มีตัวอย่างเพื่อให้เห็นชัดมากขึ้น แบรนด์ที่ใหญ่มักเป็นแบรนด์ที่จืดๆจุดยืนเอกลักษณ์จืดๆ เอาใจคนส่วนรวม

ตอนที่11

ขอบคุณรูปภาพ : google.com แนะนำติชม : bamboo-network.com

ตอนที่10 ธุรกิจเป็นวัฏจักร

ตอนที่10

ตอนที่10

ธุรกิจเป็นวัฏจักร

มีคำถามว่า ไก่หรือไข่อะไรมาก่อนกัน เป็นคำถามที่รู้จักใน วงกว้าง ถ้ามีคนรู้จักก็จะมีคนเรียกหา เมื่อมีคนเรียกหา ก็จะมีคน ไปสั่งสินค้านั้นมาขาย พอมีคนมาซื้อต่อ ไปใช้ต่อ ใช้แล้วดีก็บอก ต่อ สุดท้ายจึงมาซื้อซ้ำ จะเกิดวัฏจักรไม่ไปไหน ทำไมโลกต้องโคจร เป็นวงกลม สรรพสิ่งที่เคลื่อนที่ได้จะเป็นทรงกลม ซึ่งแปลกมาก และเป็นวงจรของธุรกิจด้วย ตรงกันข้าม ถ้าไม่รู้จัก ผมก็ไม่ไปเรียกหา ถ้าผมไม่ไป เรียกหา ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว โชห่วยก็ไม่ไปซื้อมาเก็บหรือมาขาย ก็ไม่มีคนเรียกหา แล้วผมจะไปซื้อทำไมล่ะ โดยเฉพาะสินค้าของธุรกิจ SME เสียเปรียบแบรนด์ใหญ่ เพราะเป็นแบรนด์เล็กๆ ที่คนไม่ค่อยรู้จัก ไม่มีงบในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ไม่มีงบในการทำการตลาด เหมือนรายใหญ่ บางคนก็บอกว่าไม่ต้องการขายสินค้าของตัวเองใน วงกว้างหรือในระดับประเทศ หลายคนก็ใช้เป็นข้อแก้ตัว ไม่เอา อยู่แค่นี้พอแล้ว เล็กๆ พอ เพราะส่วนใหญ่จะมีปัญหาในเรื่องทรัพยากร บุคคล มีคนไม่เยอะก็เลยเป็นวัฏจักรเตี้ยอุ้มค่อมกันไปเรื่อยๆ

ผลิตภัณฑ์ต้องกระจายไปทั้งประเทศเพื่อให้เกิดกำไร

ร้านอาหารดังในแต่ละจังหวัด มีคนมาชวนให้เข้ามาเปิดที่กรุงเทพฯ แต่เขาปฏิเสธ เพราะคุมคุณภาพไม่ได้ นี่เป็นสิ่งที่น่า สรรเสริญ จุดยืนเขาก็คือสาขาเดียวชัดเจน เขาต้องการทำคุณภาพตรงนั้น ที่จังหวัดเขาเอาอยู่ ตื่นเช้า ลงมาดูแล เย็นเสร็จก็กลับได้ แต่ถ้ามาทำที่กรุงเทพฯ ไม่มีญาติ ไม่มีลูกไม่มีหลาน ไม่มีใครดูแล ในมุมหนึ่งเราก็เข้าใจเขา แต่ร้านอาหารกับสินค้าไม่เหมือนกัน ร้านอาหารเขาอยู่แต่ใกล้ๆ แต่ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ เป็นชิ้นเป็นอันต้องไปขายทั้งประเทศ เพื่อให้เกิด Economy of Scale เกิดต้นทุนที่พอดี และเกิดส่วนต่างในกำไร

กลับไปเริ่มต้นที่โจทย์

ทุกอย่างที่เขียนมาจะอยู่ในบทที่ 1 ซึ่งกล่าวไว้ว่า วิสัยทัศน์ ของแบรนด์ คุณต้องการทำอะไร ถ้าคุณต้องการทำร้านอาหารที่อร่อยที่สุดในประเทศไทย ให้ทำที่เดียว แต่ถ้าคุณตั้งโจทย์ว่า ต้องการเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และมีสาขาครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ ประเทศไทย เพื่อให้โอกาสผู้บริโภคเข้าถึง อันนั้นก็เป็นอีกโจทย์หนึ่ง ทุกอย่างต้องกลับไปตั้งต้นที่โจทย์

ธุรกิจไม่มีกฎตายตัว

ในบางธุรกิจ ความสามารถพิเศษเฉพาะตัว ความชำนาญ เฉพาะตัว พรสวรรค์เฉพาะตัว มันไปต่อไม่ได้ เราต้องยอมรับ เช่น ช่างทำผม อย่างชลาชลเป็นตัวอย่างที่ดี ไม่ใช่ใครก็จะตัดได้อย่าง ดร.สมศักดิ์ แบรนด์ชลาชลก็มีคุณภาพอีกแบบหนึ่ง สุดท้ายแล้ว ดร.สมศักดิ์อยู่ที่ไหน คนก็จะตามไป ผมไม่ได้บอกว่ามีกฎตายตัว มันไม่มีสมการตายตัวที่เราจะต้องอย่างนั้นหรืออย่างนี้ ผมคิดว่า โจทย์เป็นตัวพาเราไปมากกว่า บางคนบอกว่า ไม่เอา ไม่ต้องการ สาขา ไม่ต้องการเป็นที่รู้จัก ไม่สน เพราะอะไร เพราะต้องการเป็น ต้นตำรับ ก็กลับมาทฤษฎีที่อยู่ในเล่มที่ 1 ว่า ยิ่งน้อยก็ยิ่งมาก ยิงน้อยก็ยิ่งมีเสน่ห์ เช่น ร้านอาหารในจังหวัด มีร้านเดียว ทุกคน ต้องมาทานที่ร้านแห่งนี้ อย่าลืมนะครับ เมื่อใดก็แล้วแต่ที่เป็นต้นตำรับ ยอดขายจะ ไม่ใหญ่ ถ้าเราเข้าใจหลักธรรมะว่า พอรวยแล้วให้จบ แต่อย่าลืมว่า ข้างหลังต้องกินต้องใช้หรือเปล่า ถ้าเราต้องมีคนดูแลต่อเป็นห่วงโซ่ เราก็ต้องดูแลให้ธุรกิจของเราใหญ่ขึ้น เพื่อดูแลปากท้องพวกเขาด้วย ธุรกิจใหญ่จะเลี้ยงดูปูเสื่อคนได้มากขึ้น แต่ก็ต้องกลับไปมองโจทย์เริ่มต้นว่าที่แท้เราต้องการอะไร Business is a cycle There is a question of what chicken or egg is before. Is a question that is widely known, if someone knows, there will be people calling When someone calls, there will be someone to order that product to sell. When there are people to buy, continue to use, use it well, then tell the final, so buy again. Will not cycle anywhere Why the world must orbit in a circle. The moving things can be spherical, which is very strange and is a business cycle. On the contrary, if I don’t know, I don’t go to call for if I don’t go to call Yi Pao. No one called for Why do I go to buy? Especially the products of SME business are disadvantaged by big brands Because it is a small brand That people do not know No budget for advertising, public relations No marketing budget Like the big one Some people say that they don’t want to sell their own products in Broad or at the national level Many people use it as an excuse, not just being enough. y people, so it’s a low cycle.

ตอนที่10

ขอบคุณรูปภาพ : google.com แนะนำติชม : bamboo-network.com

ตอนที่9 แบรนด์ที่ดีจะต้อง เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

ตอนที่9

ตอนที่9 ทำแบรนด์ให้คนรู้จักทั่วถึง ไม่ใช่ถือว่าเป็นของดี แต่หาไม่เจอ ผมรู้จักร้านกวยจั๊บร้านหนึ่ง เป็นร้านเล็กๆ อยู่ย่านตลาดพลู ยืนยันว่าร้านนี้อร่อยและสะอาด เจ้าของทำทุกอย่างด้วยใจ ชามยัง เป็นชามลวดลายสมัยก่อน ทุกอย่างดีมากแต่ไม่มีคนรู้จัก เพราะเขาอยู่ในที่หายาก ซึ่งรายได้ของร้านก็คงพอได้ในระดับหนึ่ง ผิดถูก ผมไม่ขอวิจารณ์ เพราะอาจจะพอใจเพียงเท่านี้ แต่เมื่อใดก็ตามที่ ผู้ประกอบการต้องการอะไรมากกว่านี้ เราจำเป็นต้องทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น

George W. Bush                          Barack Obama

คนซ้ายชื่อว่า จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ส่วนคนขวาชื่อว่า บารัค โอบามา ไม่ว่าจะจอร์จมาก่อนนานมาก หรือบารัคจะมาทีหลัง เรา ก็รู้จักเขาทั้งคู่ สามารถนำมาสร้างแรงบันดาลใจได้ อย่าคิดว่า ใคร มาก่อนได้ก่อน 2 คนนี้เป็นตัวอย่าง บารัคมาไม่นานเราก็รู้จัก ใน ทางกลับกัน เราเริ่มไม่รู้จักจอร์จแล้ว เพราะเขาเริ่มเงียบ เช่นเดียว กับแบรนด์จะต้องทำให้เป็นที่รู้จัก ที่สำคัญคือทำให้เป็นที่รู้จักอย่างสม่ำเสมอ เสมอต้นเสมอปลาย การทำให้เป็นที่รู้จักต้องอยู่ในพื้นฐานที่เรารับไหว ไม่ใช่ แบบไกลสุดโต่งสุดตัว เป็นหนี้เป็นสิน เช่น การทำบุญกฐินผ้าป่า ถ้าเขาถือพานมา เราหย่อน 100 บาท แต่อีกคนหย่อน 1,000 บาท ไม่ต้องน้อยใจ ไม่ต้องเสียใจ เพราะ 100 บาท หรือ 1,000 บาท ก็ได้บุญเท่ากัน บุญไม่มีรูปร่างหน้าตา ไม่มีน้ำหนัก ไม่มีปริมาณ บุญกุศลอยู่ในจิตที่เราตั้งไว้ ถ้าเราทำด้วยจิตที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง 100 เปอร์เซ็นต์ อีกคนทำเยอะมาก แต่ทำหน้าตาบอกว่าไม่ได้เต็มใจ บุญก็ไม่ได้ เสียชื่อก็เสียชื่อ เพราะคนจะแอบว่าลับหลัง

คุณทราบไหม ประธานาธิบดีของโปรตุเกสคือใคร

Anibal Antonio Cavaco Silva

ถ้าถามขึ้นมาปุบปับ หลายๆ คนคงจะตอบยาก ประเทศของเค้าดี อาหารก็ดี อากาศก็ดี วิวก็สวย คนก็น่ารัก มีวัฒนธรรม ไม่รุกรานใคร ไม่คุกคามใคร ส่วนตัวท่านเป็นคนดีมาก ไม่มีเรื่อง อื้อฉาว แต่ไม่มีใครรู้จักท่าน ต่อให้ดูรูปแล้ว อ๋อ.. แต่ก็ยังไม่รู้จัก เป็นไปได้ไหมว่า ท่านไม่ต้องการให้คนรู้จัก ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่เป็นไร แต่ในธุรกิจไม่ใช่ ธุรกิจเป็นเรื่องที่ต้องให้คนรู้จักเรา เกิดการซื้อขาย เกิดการบอกต่อ เราจำเป็นต้องให้คนรู้จักเพราะมันเป็นธุรกิจ

กษัตริย์องค์ปัจจุบันของสวีเดนคือใคร

Carl Gustaf Folke Hubertus

คําตอบคือ กษัตริย์คาร์ลที่ 16 กุสตาฟ พระนามเต็มคือ Carl Gustaf Folke Hubertus พระองค์เป็นกษัตริย์ที่สง่ามาก ไม่มีเรื่องอื้อฉาว ครองราชย์ ด้วยความตรงไปตรงมาทุกอย่าง แต่ไม่เป็นที่รู้จัก ผมขออนุญาต เปรียบเปรยท่านเป็นสินค้า สินค้าดีมาก แต่คนไม่รู้จัก เรารู้จักโค้ก เป็บซี่ เป็นแบรนด์ที่ใหญ่มาก เราเริ่มรู้จัก บิ๊กโคล่า แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เราจะรู้จักบิกโคล่าไหม ผมยืนยันว่าไม่ เรารู้จักอาร์ซีไหม หลายๆ คนอาจส่ายหน้า แน่นอนว่าผมรู้จัก อาร์ซีเป็นแบรนด์ที่ดี แต่ไม่ทำอะไรเลย เขาจะขายในช่องทางที่เล็กมากๆ เขาอยู่ได้ไหม ก็พอไหว แต่แน่นอน เงินที่ได้คงไม่เยอะเท่าโค้ก เป็บซี่ หรือบิ๊กโคล่า ผมจะไม่บอกว่า ใครถูกใครผิด แค่บอกว่า คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่ทำอะไรให้ ยั่งยืน คำว่ายั่งยืนคืออยู่ได้นานๆ เหมือนกับความรักที่เรามีให้กัน ไม่ต้องมอบดอกไม้ให้ทุกวัน แต่อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า ถ้าเราศึกษา หลักธรรมะ จะพบว่าสิ่งเหล่านี้อยู่รอบตัวเรา เอสโคล่าเราพอรู้จัก แต่เพิ่งเข้ามาไม่นาน คนก็รู้จักเขา เพราะเขาสร้างการรับรู้ด้วยการ โฆษณาประชาสัมพันธ์ อย่างนี้เป็นต้น อีกกรณีศึกษาหนึ่ง BURGER KING เปิดตัว แองกรีวอปเปอร์ (ANGRY WHOPPER) เป็นแฮมเบอร์เกอร์ที่เผ็ดมาก โดยใช้เงิน ในการสร้างแบรนด์นี้น้อยนิดมาก ผมอยากให้ผู้ประกอบการ SME เข้าใจว่า ทุกอย่างอย่าเริ่มต้นด้วย “ผมไม่มีเงิน ผมไม่มีปัญญา” ทุก อย่างต้องกลับมาดู ความแตกต่าง วิธีคิด กระบวนทัศน์ในการคิด เขาสร้างแบรนด์โดยการปล่อยคลิปให้เกิดกระแส ให้คนเกิดคำถาม ขึ้นในวงกว้าง คำถามเต็มไปหมด เกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้น เกิด อะไรขึ้น จากนั้นค่อยตามมาด้วยคลิปเฉลย ไอเดีย เปลี่ยนจากไม่รู้จักเป็นรู้จักได้เพียงข้ามคืน ผมยกตัวอย่างกรณีศึกษานี้ เพราะเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการ สามารถทำได้ด้วยงบที่น้อยมากๆ แต่สุดท้ายแล้วต้องกล ไอเดีย ผมจะมีบทสรุปในบทต่อๆ ไปว่า การรับรู้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะแองกรี้วอปเปอร์ไม่มีใครรู้จัก การสร้างแบรนด์จำเป็นต้อง ธาตุที่ชื่อว่า “การรับรู้” เขาต้องรู้จักเรา เขาจะได้มาหาเรา มากินของเรา ซื้อเราไปกินที่บ้าน เป็นต้น ตัวอย่างแต่ละตัวอย่างไม่ได้เป็นสิ่งไกลตัว แต่เป็นแนวคิด ที่ต้องนำไปประยุกต์ต่อ ไม่ได้สับ เคี้ยว และกลืนให้คุณ ผมให้ เป็นวัตถุดิบ ให้คุณไปสับเอง ไปเคี้ยวเอง เพราะเราไปกลืนให้คุณไม่ได้ ผู้ประกอบการต้องคิดตลอดเวลา ทุกอย่างบนโลกไม่มีคำว่าทางตัน เพราะทุกอย่างจะวนกลับมา หนังละคร ทุกอย่างจบจากที่เดิม เกิดอะไรขึ้นแล้วก็จบตรง นั้น ดังนั้น อย่าไปแก้ตรงอื่น ผมใช้คำว่า มือไปถึงที่ไหนให้เอื้อม เพียงแค่เอื้อม สามารถแก้ได้หมด แต่หลายคนมักจะไปไกลจนสุดเอื้อม จนไปไม่ถึง ที่จริงแล้วคือ โซลูชัน (Solution) ทางออก มือเราไปได้ตรงไหน มันจบตรงนั้นได้ ทุกอย่างเป็นวัฏจักรที่จบได้หมด เป็นข้อคิดให้ผู้ประกอบการได้ลองทบทวนดู I give an example of this case study. Because it is something that entrepreneurs Can be done with very little budget But in the end, I must have ideas, I will have a summary in the next chapter that recognition is important. Because Anger Wopper is not known Branding needs to be The element called “recognition”, he must know us. He will come to us to eat, buy us, eat at home, etc.

ตอนที่9

ขอบคุณรูปภาพ : google.com แนะนำติชม : bamboo-network.com

ตอนที่8 แบรนด์ที่ดีจะต้อง เป็นที่ชื่นชอบ เชิดชูและยกย่อง

ตอนที่8

ตอนที่8                  

2 ภาพนี้ คุณคิดว่าภาพไหนดูเป็นมิตร

มนุษย์และสัตว์บนโลกใบนี้ล้วนต้องการมิตร เราไม่ต้องการ ศัตรู ถ้าจำได้ในเล่มแรก แหกกฏ SME เรื่อง 20,000 ชาติ เพื่อมา เจอกันเพียงแค่ 5 นาที แล้วจะได้รู้ว่า โลกใบนี้เราไม่ได้อยู่คนเดียว จะมีอีกหลายคนที่เราเชื่อมต่อ (Connect) กันไปเรื่อยๆ เราไม่ได้ ไปรบกวนอะไรเขา และแน่นอน เขาคงไม่ได้มาทำร้ายอะไรเรา เพียง แค่รู้สึกว่า ทำไมเราจะมีมิตรไมตรีกันหน่อยไม่ได้หรือ ความนิยม ชื่นชอบมันจะสะท้อนกลับมายังหลักการตลาดด้วย เมื่อสิ่งใดมีการชื่นชมหรือมีมิตรไมตรีมาก สินค้านั้น รับการยอมรับมาก สถานที่นั้นจะมีลูกค้ามาก แบรนด์จะมีสาร มาก เพราะไม่มีใครบนโลกนี้ทำธุรกิจแล้วไม่ต้องการลูกค้า ไม่อยาก นั้นคุณจะทำไปทำไม อยู่เฉยๆ ดีกว่า ถ้าคุณจะทำธุรกิจ ต้องยอมรับ ว่า คนที่เอาเงินมาให้คุณคือลูกค้า และหน้าที่ของผู้ประกอบการคือ ต้องดูแลพวกเขา เราต้องมีบทบาทในการดูแลพวกเขา และต้องดูแลพวกเขาในบทบาทที่มากพอจะให้เราอยู่ได้ด้วย เราไม่ได้อยู่ในการกุศลที่จะเลี้ยงกันไปตลอด นั้นเป็นเรื่องจิตวิญญาณ น้ำจิตน้ำใจ ถ้าคุณเป็นนักธุรกิจ คุณต้องขายของ ลูกค้าก็ต้องมีความสุข เพราะ อะไร คุณจะได้อยู่กับผมไปนานๆ เพราะฉะนั้น ถ้าเรากลับมาด ตัวเราเอง เราต้องทำให้ตัวเองอยู่ได้ก่อน โดยมีกําไรในระดับหนึ่ง และเราต้องมีพวกพ้องชื่นชม ชื่นชอบ เชิดชูนับถือศรัทธาในตัวเรา คนรอบตัวที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเราต้องอยู่ได้ ไม่เอา เปรียบประเภทว่าชักเปอร์เซ็นต์ ดึงเช็ค ตบเขา ถีบเขา ส่งของช้า ต้องไม่ทําแบบนั้น ต้องให้เขาอยู่ได้ เราเป็นคู่ค้าที่ดีต่อกัน คู่ค้าอยู่ได้ เราก็อยู่ได้ แต่ถ้าคู่ค้าอยู่ไม่ได้เราก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน แต่โลกใบนี้ไม่ได้ คิดแบบนี้ ซึ่งหนังสือเล่มนี้กำลังจะบอกว่า “จะต้องไม่มีใครล้มหาย ตายจากวงจรธุรกิจ เราต้องอยู่ได้กันทุกคน” ทุกครั้งเวลาขี่จักรยาน หรือนั่งรถ ผมจะนั่งตั้งคําถาม “คนกรุงเทพฯ อยู่กันเยอะมาก เขา ทำมาหากินอะไรกัน” เขามีเงินกินกันหรือเปล่า มีคนว่าจ้างงานเขา หรือเปล่า ผมจะคิดเป็นระบบตลอด ระบบทำให้เกิดการจ้างงาน คล้ายๆ กับในธุรกิจต้องมีลูกค้า เช่นเดียวกัน ธุรกิจมีลูกค้า 2 ต้องมีคู่ค้า แต่ไม่พอ ต้องมีสิ่งแวดล้อม และสังคมที่เราต้องดูแลด้วย ผมไม่เคยเห็นฉลามยิ้มเลย ฉลามคือใคร คือคนที่ไม่ ชื่อสัตย์กับเราในโลกธุรกิจ เราต้องการคนที่เป็นมิตรกับเรา และ แน่นอนว่า เราต้องเป็นมิตรกับเขาเพื่อให้เชิดชูซึ่งกันและกัน อยากสำเร็จ อย่าเอาเปรียบลูกค้า และไม่เอาเปรียบลูกจ้าง! เราต้องไม่โกง มีความซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา ดูแลพวกเขา ถ้าเป็นสถานที่ประกอบการต้องไม่เสียงดัง ไม่ทำงานหามรุ่งหามค่ำ ไม่สร้างมลพิษ ปล่อยควันดำ ปล่อยน้ำเสีย ปล่อยมลพิษทางอากาศ เป็นมิตรกับชาวบ้านในละแวกโรงงาน ต้องดูแลให้พวกเขามีไฟสว่าง ถนนต้องให้เขาขี่จักรยานได้ ขยะต้องไม่ส่งกลิ่นเหม็น ไม่จ้างแรงงานเด็ก ไม่จ้างแรงงานผู้หญิงมีครรภ์ ไม่จ้างแรงงานคนชรา นี้ เป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่อย่าลืมว่า ศาสตร์เล็กๆ น้อยๆ ซึ่งผมเรียก วา A little bit more marketing เป็นศาสตร์ที่น่าสนใจมาก เล็กๆ น้อยๆ นี่แหละทำให้เป็นที่ชื่นชอบและโด่งดัง ยกตัวอย่างเช่น ผมไปทานอาหารร้านเจ๊ง้อ ผมไม่ได้เป็น คนพิเศษอะไร แต่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ตลอด โต๊ะประจำของผม พนักงานจะเดินเข้ามา “แบบเดิมนะครับ” เขาถาม เราไม่ต้องเสีย เวลา เขาจดจำรายละเอียดลูกค้าได้ “วันนี้แนะนำเอาปลาตัวนี้ไปนึ่งดีไหม” ไม่ได้บังคับเรา แค่ คอยแนะนำให้ เพราะฉะนั้น เมื่อเราเข้าใจในศาสตร์ ว่าเราต้องทําตัวอีกขั้น หนึ่ง แอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน แต่ไปยุ่งเมื่อเขาลำบาก แอบไปเจ๋อ ไป สอดรู้สอดเห็นในชีวิตเขาว่าไม่สะดวก ไปสอดรู้สอดเห็นว่าเขาไกล เขาไม่ไหว นั่นแหละคือชัยชนะของผู้ประกอบการ เล็กๆ น้อยๆ นี่แหละสร้างความประทับใจ ผมเน้นเรื่องคน เรื่องความรู้สึกมาก สิ่งสำคัญคือ ใครจะสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้มากกว่ากัน SME เป็นหน่วยงานที่ไม่ใหญ่ มีไม่กี่คน พ่อ แม่ ลูก พนักงานอาจมีแค่ 30-40 คน คุณได้เปรียบ เพราะคุณดูแลได้ใกล้ชิด กว่า เพราะบริษัทไม่ได้มีพนักงานเป็นหมื่นคน หรือเป็นบริษัทที่มี ชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งระบบเยอะ ซับซ้อน ยุ่งยาก ความได้เปรียบของ SME คือ คนน้อย ขั้นตอนไม่เยอะ จงใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ให้มากที่สุด We must not cheat. Be honest, straightforward to take care of them. If it is a place of business, must not be loud. Not working round the clock Does not create pollution, emit black smoke, release waste water, discharge air pollution Friendly to the villagers in the factory area Must take care of them with bright lights The road must allow him to ride a bicycle. Garbage must not smelly. Do not hire child labor Do not hire pregnant women Do not hire old workers, this is a small thing, but do not forget that little science which I call A little bit more marketing is a very interesting science. Little, making it a favorite and famous.

ตอนที่8

ขอบคุณรูปภาพ : google.com แนะนำติชม : bamboo-network.com

ตอนที่7 แบรนด์ที่ดีจะต้อง มีคุณประโยชน์และสมรรถนะสูง

ตอนที่7

ตอนที่7 PERFORMANCE & EFFECTIVENESS สินค้าและบริการจะต้องมีเรื่องราว ทั้งเรื่องความเป๊ะของ แบรนด์ และเรื่องจุดยืน แต่จุดยืนเหล่านี้ กินไม่ได้ ได้แต่เท่ ผม กล่าวถึงเรื่องเก๋บ่อยมาก แต่แก่นจะเริ่มมาพูดตอนนี้ เพราะ สิ่งที่มนุษย์ต้องการ ถ้ามีแค่แก่นคือมีคุณประโยชน์สูงสุด แต่ไม่เก๋ ดูไม่ดี ก็อยู่ไม่ได้ เวลาเราอุปมาอุปไมยว่าสุดยอดของคุณประโยชน์ เรามัก หยิบยกเกี่ยวกับมีดของสวิส อาร์มี มีดนี้ทำได้หมดทุกอย่าง เวลา เข้าป่า ซึ่งผมเป็นคนที่ชมภาพยนตร์และสารคดีมาก หากให้เลือก ทิ้งทุกอย่างไว้ นำเข้าป่าไปได้เพียงอย่างเดียว คนจะเลือกหยิบมีดนี้ไป เพราะน้ำสามารถไปหาได้ ฟินสามารถไปหาได้ ที่ต้องมีมีด เพราะมีประโยชน์มากในการเฉือน ตัด แทง ทิ่ม ความรู้สึกเหมือนกับยาหม่องรักษาได้ทุกโรค เคยไหมครับ เป็นนู่นเป็นนี่ก็ใช้ยาหม่อง ยาหม่องนี้เป็นสมการอุปมาอุปไมย รักษาได้ทุกโรค ในหลักการตลาด เราต้องการรักษาได้ทุกอย่าง One for all และ All in one ผมจะหยิบยกอีกหนึ่งตัวอย่าง ตลาดริมเมย ที่อำเภอ แม่สอด จังหวัดตาก มีร้านหนึ่งขายรองเท้าซึ่งขายดีมาก แต่อีก หลายๆ ร้านไม่มีคนเข้าไปซื้อ

“ทนขั้นเทพ หนังแท้”

สุดยอดไหมครับ นี่คือแก่น “ทนขั้นเทพ หนังแท้” มีอะไรดีบอกผมหน่อย บอกสมรรถนะของความดีงามของคุณ บอกออกมา ถ้าคุณทนขั้นเทพบอกผม อีกหลายร้านในตลาดริมเมยไม่มีคน เข้าเลย ทั้งที่ขายของเหมือนกัน ร้านนี้แค่เขียนว่า “ทนขั้นเทพ หนังแท้” คนแห่มาซื้อมากมาย ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ อีกตัวอย่างหนึ่งคือ นักสืบทั่วไป นักสืบก็คือนักสืบ ธรรมดาเกินไป แต่ถ้าเรามาดูป้ายของอีกเจ้า นักสืบชู้สาว เจาะจง ชัดเจน การทำอะไรของผู้ประกอบการ ต้องทำให้ชัด อีกตัวอย่างหนึ่ง เป็นไปได้ไหม ซื้อแอร์มา แต่พอติดตั้งแล้ว กลับไม่เย็น มีใครคิดไหมว่า “ไม่เป็นไร อีก 1 ชั่วโมงค่อยเย็นก็ได้” คงไม่มี เพราะเราต้องการแบบ เปิดปั๊บเป็นปั๊บ เปิดไฟปุ๊บติดปั๊บ ขึ้นรถปุ๊บสตาร์ตติดเลย มนุษย์ต้องการอย่างนี้ มนุษย์ต้องการ ทุกอย่างแบบทันทีทันใด

ประสิทธิภาพคือสิ่งที่มนุษย์ไม่ต้องการรอ

ถ้ากินเข้าไปแล้วหน้าเด้งเลย คุณชนะ

ถ้ากินแล้วผิวขาวเลย คุณชนะ

แต่ถ้ากินแล้วบอกอีก 3 เดือนได้ผล

อย่าเสียเวลามาทำแบรนด์แบบนี้เลย

โทรทัศน์เปิดปุ๊บต้องติดปั้บ อย่างคอมพิวเตอร์สมัยนี้ กดปั๊บ ต้องแสดงผลทันที ผู้ใช้จะมีความสุขมาก เรามักจะให้ผู้บริโภครับรู้ถึงความรวดเร็วทันใจในสิ่งที่เขา จะได้ ผมไม่เคยเจอผู้บริโภคที่ต้องการช้าๆ สังเกตไหมครับว่า ใน ร้านอาหารที่ต้องใช้เวลาปรุง จะวงเล็บไว้เลยว่าต้องใช้เวลา 20 นาที แต่ทำไมหลายๆ ที่จึงประสบความสำเร็จ ก็เพราะเขามีเครื่องเคียง ให้กินก่อน เพื่อทำให้เวลารอสั้นลง ทำไม ซิซซ์เล่อร์ (Sizzler) ประสบความสำเร็จ เพราะว่า การย่างสเต๊กต้องใช้เวลา เขาให้เราไปตักสลัดก่อน ตักจนอิ่ม พอ สเต๊กมา “ทำไมมันคุ้มอย่างนี้ กินไม่ลง” อะไรที่เหลือคือคุ้ม แต่ อะไรมาทันที่จะบ่นว่า “ทำสดหรือเปล่า” ของซิซซ์เล่อร์ ก่อนสเต๊ก จะมา เราอิ่มไปเรียบร้อยแล้วกับสลัดบาร์ที่เราเดินไปตักมา 5 รอบ ถ้าเราเข้าใจผู้บริโภค ในหลักของแบรนด์ ของกลยุทธ์ เกมนี้เราชนะหมด แต่ต้องไม่เอา เปรียบผู้บริโภค ทําอย่างไรให้คุณในฐานะที่เป็น ผู้ประกอบการจะเข้าใจเขา จะได้ดึงเขามาเป็น ลูกค้าอย่างถาวรและยั่งยืน We tend to give consumers a quick sense of what they can. I have never met consumers who want to be slow. Notice that in restaurants that need time to cook Will be brackets that need to take 20 minutes, but why are many places so successful? Because he had a side dish to eat first to make the wait time shorter Why Sizzler succeeds because grilling steaks takes time. He allowed us to scoop the salad before lap until full enough. The steak came “Why is this worth eating?” The rest is worth, but what comes to complain “Do you live?” Of Sizzler before the steak will come. We are already finished with the salad bar that we walked to lap 5 times. If we understand consumers In the core of the brand of this game strategy, we win out. But must not Compare consumers How to do for you as Entrepreneurs will understand him. Will draw him into Customers permanently and sustainably

ตอนที่7

ขอบคุณรูปภาพ : google.com แนะนำติชม : bamboo-network.com